มุมสุขภาพตา : #สาเหตุตากุ้งยิง

เรียงตาม

หนังตากระตุกเกิดจากอะไร? และเคล็ดลับดูแลสายตาเพื่อป้องกันอาการ

หนังตากระตุกคืออาการที่กล้ามเนื้อบริเวณเปลือกตาขยับหรือกระตุกโดยไม่ตั้งใจ โดยมักเกิดที่เปลือกตาบนและเกิดขึ้นเป็นระยะๆ อาจเป็นเพียงชั่วขณะหรือเกิดบ่อยๆ เป็นอาการที่ไม่รุนแรง หนังตากระตุกมักเกิดจากความเครียดหรือวิตกกังวล นอนหลับไม่เพียงพอ ใช้สายตามากเกินไป ขาดแมกนีเซียม โรคพาร์กินสัน หรือการติดเชื้อที่เปลือกตา อาการเปลือกตากระตุกที่ควรพบจักษุแพทย์ ได้แก่ กระตุกตาต่อเนื่องเกิน 2-3 สัปดาห์ มีอาการปวด หรือทำให้ลืมตาลำบาก ตาแดงหรือมีขี้ตา กระตุกเกิดร่วมกับการเกร็งของกล้ามเนื้อใบหน้า หากมีอาการหนังตากระตุกต่อเนื่องหรือมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย ควรพบจักษุแพทย์ที่ Bangkok Eye Hospital เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม   การที่หนังตากระตุกเป็นอาการที่หลายคนคุ้นเคย ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ บางครั้งก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวล แต่ในบางกรณีอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่ควรใส่ใจ มาดูกันว่าอาการนี้เกิดจากอะไร และเราจะดูแลตัวเองเพื่อป้องกันอาการนี้ได้อย่างไร     อาการหนังตากระตุกคืออะไร? ตากระตุก (Eye Twitching) คืออาการที่หนังตาขยับหรือหนังใต้ตากระตุกอย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจเกิดขึ้นแค่เพียงเล็กน้อยหรือถี่จนทำให้เกิดความรำคาญได้ อาการนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งที่เปลือกตาบนและล่าง แต่พบมากที่เปลือกตาบน โดยทั่วไปแล้วอาการตากระตุกมักไม่รุนแรงและไม่มีความเจ็บปวด     สาเหตุและปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการหนังตากระตุก อาการหนังตากระตุกสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุและปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตประจำวันหรือสภาวะร่างกาย ดังนี้ ความเครียดและความวิตกกังวลสะสมเป็นเวลานาน นอนหลับไม่เป็นเวลาหรือนอนพักผ่อนไม่เพียงพอ ใช้สายตามากเกินไป เช่น การมองจอคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ตโฟนเป็นเวลานานๆ โดยไม่พักสายตา ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนมากเกินไป สูบบุหรี่หรือดื่มแอลกอฮอล์มากในปริมาณมาก แสงสว่างที่จ้าเกินไป ลม หรือมลพิษทางอากาศ การขาดวิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารบางชนิด เช่น แมกนีเซียม วิตามินบี 12 หรือวิตามินดี การระคายเคืองที่เปลือกตาด้านใน หรือโรคภูมิแพ้ โรคตาที่ทำให้เกิดการระคายเคือง เช่น ตาแห้ง ที่อาจทำให้เปลือกตากระตุกหรือเกร็งจากการพยายามรักษาความชุ่มชื้นให้กับตา โรคทางระบบประสาท เช่น โรคพาร์กินสัน หรือผลข้างเคียงจากยาที่ใช้ในการรักษา     อาการหนังตากระตุกบ่อยๆ บ่งบอกถึงอะไร? แม้ว่าอาการหนังตากระตุกจะเป็นอาการที่ไม่รุนแรงและสามารถหายได้เองในหลายกรณี แต่หากเกิดขึ้นบ่อยๆ หรือมีอาการที่รุนแรงขึ้น ควรสังเกตให้ดี เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคต่างๆ เช่น โรคทูเร็ตต์ (Tourette's Disorder) โรคอัมพาตใบหน้า (Bell’s Palsy) โรคกล้ามเนื้อบิดเกร็ง (Dystonia) โรคกล้ามเนื้อใบหน้าบิดเกร็ง (Facial Dystonia) โรคคอบิดเกร็ง (Cervical dystonia) โรคกล้ามเนื้อช่องปากหรือขากรรไกรบิดเกร็ง (Oromandibular Dystonia) โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (Multiple Sclerosis)     วิธีการรักษาเปลือกตากระตุกและการบรรเทาอาการ การรักษาและบรรเทาอาการเปลือกตากระตุกสามารถทำได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของอาการ ดังนี้ รับประทานยา การใช้กลุ่มยาคลายกล้ามเนื้อหรือกลุ่มยานอนหลับ อาจช่วยบรรเทาอาการหนังตากระตุกชั่วคราว เช่น ยาลอราซีแพม (Lorazepam) ยาไตรเฮกซีเฟนิดิล (Trihexyphenidyl) และยาโคลนาซีแพม (Clonazepam) อย่างไรก็ตาม ยาเหล่านี้อาจมีผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ จึงควรใช้ภายใต้การดูแลและคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด รักษาตามปัจจัยที่กระตุ้นให้กล้ามเนื้อเปลือกตาเกร็งกระตุก การจัดการกับปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดการเกร็งหรือกระตุกของกล้ามเนื้อเปลือกตา เช่น การใช้น้ำตาเทียมอาการกล้ามเนื้อเปลือกตากระตุกอาจเกิดจากตาแห้ง การใช้น้ำตาเทียมช่วยให้ความชุ่มชื้น ลดการระคายเคือง และป้องกันการกระตุกของกล้ามเนื้อเปลือกตา การรักษาเปลือกตาอักเสบหากการกระตุกเกิดจากการอักเสบ เช่น โรคภูมิแพ้หรือการติดเชื้อ การใช้ยาฆ่าเชื้อหรือยาสเตียรอยด์จะช่วยลดอาการอักเสบและทำให้การกระตุกหายไป การใช้แว่นตาดำ (FL-41)ช่วยกรองแสงจ้า เช่น แสงจากจอคอมพิวเตอร์หรือแสงแดด ลดการกระตุกของกล้ามเนื้อเปลือกตา โดยช่วยให้ตารู้สึกสบายและลดอาการกระตุก ฉีดโบท็อกซ์ การฉีดโบท็อกซ์ได้รับการรับรองในการรักษาอาการกล้ามเนื้อหดเกร็งที่ควบคุมไม่ได้ และปัจจุบันเป็นวิธีที่นิยมและแนะนำมากที่สุดในการรักษาอาการเปลือกตากระตุก แพทย์จะฉีดโบท็อกซ์ลงไปบริเวณกล้ามเนื้อรอบดวงตาที่มีอาการกระตุก เพื่อทำให้กล้ามเนื้อเหล่านั้นอ่อนแรงชั่วคราว และไม่สามารถหดเกร็งได้ โบท็อกซ์จะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อและบล็อกสัญญาณจากเส้นประสาทที่กระตุ้นการกระตุก เมื่อฉีดโบท็อกซ์แล้วอาการตากระตุกจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ผลของโบท็อกซ์จะอยู่ได้ประมาณ 3-6 เดือน เมื่อยาหมดฤทธิ์ อาการอาจกลับมา จึงแนะนำให้กลับไปพบแพทย์หากอาการยังคงมีอยู่ การผ่าตัด การผ่าตัดสำหรับอาการตากระตุกจะพิจารณาในกรณีที่อาการไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยโบท็อกซ์หรือวิธีอื่นๆ โดยการผ่าตัดอาจจะทำการตัดเส้นประสาทที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อเปลือกตา เพื่อหยุดการกระตุกที่ไม่สามารถควบคุมได้     หนังตากระตุกหายได้เองไหม? และเมื่อไรที่ควรพบแพทย์? โดยทั่วไปแล้วอาการกล้ามเนื้อเปลือกตากระตุกมักหายได้เองหากหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น แต่หากมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบพบแพทย์ทันที หนังตากระตุกที่เกิดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจนรบกวนหรือมีผลต่อชีวิตประจำวันและการทำงาน อาการเปลือกตากระตุกที่ไม่หายไปภายใน 2-3 สัปดาห์ เปลือกตากระตุกที่ทำให้ลืมตายากหรือเปลือกตาปิดสนิท อาการตาเกร็งหรือกะพริบตาค้างจนไม่สามารถลืมตาขึ้นได้เอง ตาแดง หรือมีขี้ตา รวมถึงเปลือกตาตก มีการกระตุกบริเวณอื่นของใบหน้าหรือร่างกายร่วมด้วย     วิธีป้องกันไม่ให้เกิดเปลือกตากระตุก การป้องกันอาการเปลือกตากระตุกสามารถทำได้โดยการหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้เกิดการเกร็งของกล้ามเนื้อเปลือกตา ดังนี้ ลดเวลาในการอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ นอนหลับ พักผ่อนให้เพียงพอ ลดหรือหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ งดการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หาสิ่งที่ช่วยให้ผ่อนคลาย เช่น การทำสมาธิ หรือการฝึกหายใจเพื่อลดความเครียด นวดกล้ามเนื้อรอบดวงตาเพื่อช่วยคลายความตึงเครียด ประคบร้อนหรืออุ่นบริเวณดวงตาประมาณ 10 นาที หากเกิดอาการตาแห้งหรือระคายเคือง สามารถหยอดน้ำตาเทียมเพื่อบรรเทาอาการ   สรุป หนังตากระตุกคืออาการที่กล้ามเนื้อเปลือกตาขยับโดยไม่ตั้งใจ มักเกิดที่เปลือกตาบน สาเหตุรวมถึงความเครียด การนอนน้อย การใช้สายตานาน ขาดสารอาหาร หรือแสงจ้า โดยวิธีรักษา ได้แก่ ใช้ยาคลายกล้ามเนื้อ น้ำตาเทียม แว่นตากรองแสง โบท็อกซ์ หรือการผ่าตัดในกรณีที่จำเป็น หากมีอาการหนังตากระตุกต่อเนื่องหรือมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย ควรพบจักษุแพทย์ที่Bangkok Eye Hospitalเพื่อรับคำปรึกษาและการรักษาที่เหมาะสม
อ่านเพิ่มเติม
ศูนย์รักษาต้อกระจก
ศูนย์จอประสาทตา
ศูนย์รักษาต้อหิน
ศูนย์รักษากระจกตา
ศูนย์รักษาตาเด็ก
ศูนย์ศัลยกรรมตกแต่งรอบดวงตา
ศูนย์รักษาจักษุประสาทวิทยา

ตากุ้งยิงเกิดจากอะไร? หาสาเหตุ อาการ การรักษา และการดูแลตัวเอง

ตากุ้งยิงอาการเริ่มต้นคือการพบตุ่มหนองหรือมีอาการบวมคันบริเวณเปลือกตา ตากุ้งยิงพบได้ง่ายและหายเองได้ แต่อาการตากุ้งยิงในบางคนอาจเกิดความเจ็บปวดหรือคันที่รุนแรงกว่าปกติ ในกรณีเหล่านี้ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและให้ความดูแลเพิ่มเติม บทความนี้จะพาไปรู้จักกับอาการตากุ้งยิงและวิธีดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมหากพบตากุ้งยิงไปจนถึงวิธีรักษาตากุ้งยิงเพื่อลดความรุนแรงของอาการที่เกิดขึ้น ตากุ้งยิงคืออาการระคายเคือง บวม หรือคันและเป็นตุ่มหนองบริเวณเปลือกตา โดยมีสาเหตุมาจากการอุดตันของต่อมไขมันหรือการติดเชื้อแบคทีเรีย ตากุ้งยิงมี 2 ประเภทขึ้นอยู่กับบริเวณที่เกิดตากุ้งยิง ได้แก่ ตากุ้งยิงชนิดภายนอก และตากุ้งยิงชนิดภายใน อาการของตากุ้งยิงนั้นหายเองได้เมื่อตุ่มหนองนั้นแตกและระบายสิ่งอุดตันออกจนหมด แต่หากมีอาการข้างเคียงเพิ่มเติมควรปรึกษาแพทย์เพิ่มวินิจฉัยและทำการรักษา การรักษาตากุ้งยิง แพทย์อาจใช้ยาหยอดหรือยาป้ายร่วมกับยาปฏิชีวนะหากมีความเจ็บปวดหรืออาการแพร่กระจายรุนแรงมาก ทำความรู้จักตากุ้งยิง คืออะไร ตากุ้งยิงเกิดจากเชื้อแบคทีเรียบริเวณเปลือกตา มีลักษณะเป็นตุ่มฝีหรือหนอง มักเกิดขึ้นบริเวณเปลือกตาที่มีผิวบอบบางและถูกสัมผัสด้วยมือที่ไม่สะอาดหรือช่วงที่ภูมิคุ้มกันตกและร่างกายอ่อนแอ โดยวิธีรักษาตากุ้งยิงอาจทำได้ด้วยตนเองคือระบายหนองในตุ่มเหล่านั้นออก แต่หากมีความรุนแรงมากหรือเป็นอาการตากุ้งยิงไม่มีหัวจะก่อให้เกิดความระคายเคืองและติดเชื้อได้     ตากุ้งยิง มีกี่ประเภท ตากุ้งยิงยังมี 2 ประเภทที่จำแนกจากสาเหตุของการเกิดโรค ซึ่งจะส่งผลต่อการวินิจฉัยและแนวทางในการรักษาด้วย ตากุ้งยิงแบบติดเชื้อ (Hordeolum) ตากุ้งยิงแบบติดเชื้อ (Hordeolum) เกิดจากการติดเชื้อ Staphylococcus aureus ที่บริเวณต่อมไขมันและรูขุมขนบริเวณดวงตาจนบวมแดงและเจ็บปวด การรักษาทำได้ควบคู่กับการรับยาจากแพทย์ร่วมด้วยเพื่อไม่ให้มีการติดเชื้อซ้ำ โดยการติดเชื้อนี้จำแนกออกได้ ดังนี้ การติดเชื้อภายนอก External Hordeolum ซึ่งจะเห็นตุ่มหนองบริเวณเปลือกตาด้านนอกหรือขอบตา การติดเชื้อภายใน Internal Hordeolum ซึ่งจะมีตุ่มหนองด้านในเปลือกตาติดกับดวงตายังมองเห็นได้ยากกว่า ตากุ้งยิงแบบไม่ติดเชื้อ (Chalazion) ตากุ้งยิงแบบไม่ติดเชื้อ (Chalazion) มีสาเหตุมาจากฝุ่นผงที่อุดตามรูขุมขนและทำให้ไม่สามารถระบายไขมันออกมาได้จนเกิดเป็นตุ่มหนองแต่มักจะไม่เจ็บปวด สามารถระบายหนองหรือไขมันอุดตันออกได้เองแต่ต้องใส่ใจความสะอาดเป็นอย่างมากเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดแผลที่นำไปสู่การติดเชื้อและกลายเป็นตากุ้งยิงชนิดติดเชื้อในอนาคต     อาการตากุ้งยิง มีอะไรบ้าง ตากุ้งยิงอาการเริ่มต้นจะมีลักษณะคล้ายสิว แต่หลายคนอาจมีไข้ร่วมด้วยหากมีความรุนแรงของการติดเชื้อ โดยอาการของตากุ้งยิงมีดังนี้ เกิดตุ่มนูนที่เปลือกตา เปลือกตาบวมแดง คันตา อาจมีน้ำตาไหล ดวงตาพร่ามัวและไวต่อแสง ระคายเคือง ไม่สบายตา     สาเหตุตากุ้งยิง เกิดจากอะไร ตากุ้งยิงอาจเกิดได้จากหลายปัจจัยที่ทำให้เกิดความผิดปกติของต่อมไขมันหรือรูขุมขนบริเวณเปลือกตา เช่น การติดเชื้อแบคทีเรียเมื่อสัมผัสดวงตาด้วยมือที่ไม่สะอาด การอุดตันของฝุ่นผงที่รูขุมขน ต่อมไขมันอุดตันไม่สามารถระบายออกได้ ล้างเครื่องสำอางไม่หมดทำให้เกิดสิ่งสกปรกตกค้าง การเกิดตากุ้งยิงซ้ำสำหรับผู้ที่เคยเป็นตากุ้งยิงมาก่อน การใส่คอนแท็กต์เลนส์ที่ระคายเคืองหรือนานเกินกว่าที่อายุคอนแท็กต์เลนส์กำหนด ภูมิคุ้มกันตกหรือร่างกายอ่อนแอ ทำให้ร่างกายไวต่อสิ่งสกปรกและแบคทีเรีย ไขข้อสงสัย ตากุ้งยิงหายเองได้ไหม ตากุ้งยิงสามารถหายเองได้ โดยตุ่มหนองอาจแตกและยุบเองในระยะเวลา 3 - 4 วัน ผู้ที่มีอาการตากุ้งยิงอาจใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นประคบเพิ่มที่บริเวณดวงตาเพื่อช่วยระบายหนองและไขมันที่อุดตันออก อย่างไรก็ตาม หากมีการระบายหนองและไขมันออก จะต้องให้ความสำคัญกับความสะอาดเพื่อป้องกันการกลับมาติดเชื้อซ้ำ และหากมีการระบายหนองออกไม่หมด ตุ่มไม่ยุบตัวลงและเกิดหนองคั่งค้าง อาจเกิดอาการที่ตุ่มหนองแข็งเป็นไต อาการติดเชื้ออาจขยายวงกว้างและลุกลามไปยังบริเวณแก้มเพิ่มได้ โดยจะทำให้มีอาการเจ็บปวดมากขึ้นและติดเชื้อรุนแรง หากมีอาการเหล่านี้ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยอาการและทำการรักษา วินิจฉัยอาการตากุ้งยิงโดยแพทย์ การวินิจฉัยการรักษาตากุ้งยิงโดยแพทย์นั้น เนื่องจากผู้ป่วยตากุ้งยิงอาจมีอาการติดเชื้อในวงกว้างหรือมีความเจ็บปวดมาก บางคนอาจเกิดอาการตาพร่ามัว มองไม่ชัด หรือตากุ้งยิงบวมมากจนหนังตาปิด แพทย์จะรักษาด้วยยาหยอดหรือยาป้าย และอาจใช้ยาปฏิชีวนะร่วมด้วยหากผู้ป่วยมีอาการเจ็บปวดมาก หรือวินิจฉัยตำแหน่งของตากุ้งยิงภายในและภายนอกเพิ่มเติม ร่วมกับการสังเกตการติดเชื้อหรืออุดตัน     แนวทางการรักษาตากุ้งยิงโดยแพทย์ แพทย์จะทำการเจาะตุ่มหนองและขูดเอาหนองที่ตกค้างออกเพื่อระบายส่วนที่อุดตันให้หมดและไม่เกิดอาการซ้ำ โดยขั้นตอนนี้ควรอยู่ในการปฏิบัติงานโดยจักษุแพทย์เท่านั้น เนื่องจากหากความสะอาดไม่เพียงพออาจเกิดการติดเชื้อซ้ำได้ จากนั้นอาจมีการใช้ยาหยอด ยาป้าย หรือยาปฏิชีวนะเพิ่มเติมตามการวินิจฉัย เตรียมตัวก่อนเจาะตากุ้งยิง ก่อนที่ผู้ป่วยจะเข้ารับการรักษาตากุ้งยิงหรือก่อนการเจาะตากุ้งยิง ควรมีการเตรียมตัว ดังนี้ หลีกเลี่ยงฝุ่นควัน หรือมลภาวะที่อาจก่อให้เกิดการติดเชื้อหรือการอุดตันเพิ่ม งดกินยาที่เกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือด เช่น Warfarin หรือ Aspirin และควรปรึกษาการใช้ยาอื่นๆ ภายใต้การดูแลของแพทย์ก่อนเข้ารับการเจาะตากุ้งยิง ในวันที่เข้ารับการเจาะตากุ้งยิง ควรงดการแต่งหน้า งดใช้ครีมหรืองดส่วนผสมของน้ำมัน ล้างหน้าและสระผมให้สะอาดเพื่อป้องกันการอุดตันหรือสิ่งสกปรก การดูแลตัวเองหลังเจาะตากุ้งยิง เมื่อเข้ารับการรักษาตากุ้งยิงแล้ว เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและไม่ทำให้เกิดการอุดตันหรือติดเชื้อซ้ำ ควรดูแลตนเองหลังการเจาะตากุ้งยิง ดังนี้ ผู้ป่วยตากุ้งยิงควรปิดตาตามกำหนดที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด รับประทานยาหรือใช้ยาหยอดและยาป้ายตามที่แพทย์สั่งให้ครบถ้วน เมื่อเปิดผ้าปิดตา ควรทำความสะอาดรอบดวงตาด้วยสำลีหรือผ้าสะอาด โดยชุบน้ำอุ่นและบิดหมาดก่อนเช็ดรอบดวงตาเบาๆ งดการแต่งหน้าหรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่อาจก่อให้เกิดอาการระคายเคืองหรืออุดตาบริเวณรอบดวงตา งดการใส่คอนแท็กต์เลนส์ที่อาจทำให้ดวงตาสัมผัสสิ่งสกปรกได้ง่าย หลีกเลี่ยงการสัมผัสดวงตาเพื่อลดโอกาสของการติดเชื้อหรือสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ดวงตา สังเกตอาการหลังการรักษา หากพบอาการบวมแดงไม่ยุบตัว หรือดวงตาพร่ามัวมองเห็นไม่ชัด ให้รีบพบแพทย์โดยเร็ว     ดูแลตัวเองอย่างไร ให้ห่างไกลตากุ้งยิง วิธีปฏิบัติตนเบื้องต้นที่จะป้องกันไม่ให้เกิดตากุ้งยิงหรือเพื่อไม่ให้เป็นตากุ้งยิงซ้ำ ทำได้ดังนี้ ทำความสะอาดร่างกายโดยเฉพาะการล้างมือบ่อยๆ เพื่อไม่ให้นำสิ่งสกปรกไปจับดวงตา ล้างหน้าให้สะอาดอย่างสม่ำเสมอ ล้างเครื่องสำอางให้หมดจด เนื่องจากเครื่องสำอางตกค้างอาจก่อให้เกิดการติดเชื้อหรือน้ำมันจากเครื่องสำอางอาจเป็นสาหเตุของการอุดตันผิวบริเวณรอบดวงตา หมั่นใส่ใจความสะอาดของคอนแท็กต์เลนส์ เลือกคอนแท็กต์เลนส์ที่ไม่ทำให้ระคายเคืองดวงตาและเปลี่ยนคอนแท็กต์เลนส์ตามอายุการใช้งานอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการขยี้ดวงตาหรือจับดวงตาแรงๆ ประคบอุ่นที่บริเวณดวงตาเพื่อลดการอุดตันของไขมัน โดยเฉพาะหากเพิ่งรักษาตากุ้งยิงหาย เพื่อไม่ให้เกิดอาการตากุ้งยิงซ้ำอีก สังเกตอาการอยู่เสมอ หากพบอาการปวดบวมหรือตุ่มหนองบริเวณใกล้ดวงตาให้ปรึกษาแพทย์ หากมีอาการที่เกี่ยวข้องกับดวงตา ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด รักษาตากุ้งยิง ที่ศูนย์โรคจอประสาทตา Bangkok Eye Hospital ดีอย่างไร ตากุ้งยิง อาการทั่วไปที่อาจพบได้ไม่ยากแต่สามารถสร้างความรุนแรงได้หากรักษาไม่ถูกวิธีหรือปล่อยไว้จนกระจายเป็นวงกว้าง หากพบอาการตากุ้งยิงที่รุนแรงหรือมีอาการอื่นร่วมด้วยควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนสายเกินแก้ แนะนำให้เข้ามารักษาที่ศูนย์โรคจอประสาทตา Bangkok Eye Hospital ที่นี่โดดเด่นด้วยจุดเด่นดังนี้ ทีมจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มากประสบการณ์ พร้อมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับอาการผิดปกติ และแนะนำแนวทางการรักษาที่เหมาะสม เทคโนโลยีสำหรับการรักษาดวงตาสมัยใหม่ เครื่องมือได้มาตรฐานระดับสากล เพื่อการรักษาดวงตาอย่างแม่นยำและปลอดภัย ให้การรักษาอย่างครบวงจร ตั้งแต่การวินิจฉัยที่แม่นยำ การรักษาที่เหมาะสม ตลอดจนถึงการติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ ใส่ใจในการบริการ พร้อมบรรยากาศของโรงพยาบาลที่เป็นกันเอง สรุป ตากุ้งยิง คือการเกิดตุ่มหนองบริเวณเปลือกตาหรือรอบดวงตา เกิดขึ้นได้จากการติดเชื้อหรือการอุดตันของต่อมไขมันและรูขุมขน ตากุ้งยิงเป็นอาการที่หายเองได้เมื่อตุ่มหนองแตกเองและมีการยุบตัว แต่ในผู้ป่วยตากุ้งยิงหลายคนอาจระบายหนองไม่หมดและเกิดตากุ้งยิงซ้ำได้ เพื่อประสิทธิภาพการรักษาที่ดี ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการรักษา และควรดูแลตัวเองตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการเกิดตากุ้งยิงซ้ำหรือการเกิดตากุ้งยิงที่รุนแรงจนถึงขั้นรบกวนการมองเห็นและดวงตาพร่ามัว รักษาตากุ้งยิงได้ที่ศูนย์โรคจอประสาทตา Bangkok Eye Hospital ที่นี่มีจักษุแพทย์ที่มากไปด้วยประสบการณ์ มีเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัยและการบริการที่เอาใจใส่ตลอดการรักษา

ที่อยู่

ศูนย์โรคจักษุประสาทวิทยา - โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ

10/989 ซ.ประเสริฐมนูกิจ 33 แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 10230

ช่องทางติดต่อ

calling
ติดต่อเรา :