ជ្រុងនៃសុខភាពភ្នែក : #วัดค่าสายตา

តម្រៀប

SMILE Pro 2.0 คืออะไร? ที่สุดของเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก แม่นยำด้วย AI (อัปเดตปี 2026)

  SMILE Pro 2.0 คืออะไร? ที่สุดของเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก | ศูนย์เลสิก Laser Vision การตัดสินใจทำเลสิก เป็นเรื่องใหญ่สำหรับหลายคน ไม่ใช่แค่เรื่องอยากมองเห็นชัดขึ้น แต่รวมถึงความกังวลเรื่องความปลอดภัย ความเจ็บ และผลลัพธ์ในระยะยาว ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คำว่า เลสิกไร้ใบมีด ถูกค้นหามากขึ้นอย่างชัดเจน และชื่อที่มักถูกพูดถึงควบคู่กันก็คือ SMILE Pro SMILE Pro 2.0 คืออะไร? คำตอบของการทำเลสิกปี 2026 ที่คนค้นหามากที่สุด ในปี 2026 เทคโนโลยีนี้ได้พัฒนาไปอีกขั้นในชื่อ SMILE Pro 2.0 ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความแม่นยำ ลดความคลาดเคลื่อน และทำให้ผลลัพธ์การมองเห็นเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจตั้งแต่พื้นฐานเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมที่ Laser Vision เลือกนำเทคโนโลยี SMILE Pro มาใช้ในการแก้ไขปัญหาสายตาสั้นให้กับคนไข้ในปัจจุบัน เลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก (No-Blade LASIK) คืออะไร? SMILE Pro เป็นการทำเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก (No-Blade LASIK) โดยใช้เลเซอร์ทุกขั้นตอน ไม่ต้องเปิดฝากระจกตาเหมือนเลสิกแบบเดิม แพทย์จะใช้เลเซอร์สร้างชิ้นเนื้อเลนส์เล็ก ๆ ภายในกระจกตา แล้วนำออกผ่านแผลขนาดประมาณ 2 มิลลิเมตร ด้วยแผลที่เล็กมาก ทำให้โครงสร้างกระจกตาถูกรบกวนน้อยลง หลายคนจึงรู้สึกฟื้นตัวเร็ว สบายตา และมีโอกาสเกิดอาการตาแห้งน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการทำเลสิกแบบเปิดฝากระจกตา      
អាន​បន្ថែម

ค่าสายตาปกติเท่าไร? เกณฑ์การมองเห็นที่บ่งบอกถึงสุขภาพดวงตา

ค่าสายตาปกติคือสายตาที่มองเห็นชัดเจนโดยไม่ต้องใช้แว่นหรือเลนส์ช่วย ค่าสายตาปกติเท่าไร? วัดได้ที่ระดับ 20/20 ซึ่งหมายถึงมองเห็นวัตถุชัดเจนในระยะ 20 ฟุตเท่ากับคนทั่วไป สายตาปกติมองเห็นภาพชัดเจน ไม่เบลอหรือบิดเบี้ยว ทั้งระยะใกล้และไกล ควรตรวจสายตาหากมีอาการมองเห็นไม่ชัด ปวดตาหรือปวดหัวบ่อย ตาล้า หรือหรี่ตาเพื่อมองให้ชัดขึ้น ค่าสายตาปกติเป็นตัวบ่งชี้สำคัญที่บอกถึงสุขภาพการมองเห็นของคุณอย่างชัดเจน การเข้าใจค่านี้จะช่วยให้คุณรู้ว่าดวงตาของคุณอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือมีความผิดปกติที่อาจส่งผลต่อการมองเห็นในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ยังช่วยให้สามารถวางแผนการดูแลสายตาและเข้ารับการตรวจรักษาได้ทันท่วงที เพื่อป้องกันปัญหาสายตาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น     ค่าสายตาปกติคืออะไร? ค่าสายตาปกติเท่าไร? ค่าสายตาปกติ (Normal Vision) คือดวงตาที่สามารถมองเห็นภาพได้ชัดเจนในทุกระยะโดยไม่ต้องใช้เครื่องช่วย ทางการแพทย์ใช้ค่า “20/20” เป็นเกณฑ์วัด หมายความว่าสามารถมองเห็นวัตถุชัดเจนที่ระยะ 20 ฟุต เช่นเดียวกับคนสายตาปกติ หากค่าสายตาของคุณเป็น 20/40 แสดงว่าคุณต้องยืนที่ระยะ 20 ฟุตเพื่อมองเห็นสิ่งที่คนสายตาปกติเห็นชัดจากระยะ 40 ฟุต     สายตาปกติมองเห็นภาพแบบไหน? นอกจากการทราบว่าค่าสายตาปกติเท่าไร เรายังสามารถรู้ได้ว่าคนที่มีสายตาปกติจะมองเห็นภาพได้ไม่บิดเบี้ยวทั้งระยะใกล้และระยะไกล ซึ่งช่วยให้สามารถสังเกตอาการผิดปกติของตัวเองได้ง่ายขึ้น ดังนี้ มองเห็นภาพได้อย่างคมชัดและมีรายละเอียด ภาพที่มองเห็นไม่เบลอ ไม่ซ้อน ไม่มัว มองเห็นสีได้อย่างถูกต้อง สามารถแยกแยะสีต่างๆ ได้อย่างชัดเจน มองเห็นภาพในเวลากลางคืนได้ดี สามารถมองเห็นวัตถุและแสงไฟได้โดยไม่มีแสงฟุ้งกระจายหรือรัศมีรอบดวงไฟ     อาการแบบไหนที่ควรไปตรวจสายตา หากคุณเริ่มมีอาการเหล่านี้ ควรเข้ารับการตรวจสายตากับจักษุแพทย์หรือนักทัศนมาตรโดยเร็วที่สุด เพื่อประเมินว่าสายตาคนปกติเท่าไร และตรวจหาความผิดปกติที่อาจส่งผลต่อการมองเห็นอย่างแม่นยำและเหมาะสมต่อการรักษา   มองเห็นภาพไม่ชัด เริ่มมีอาการมองเห็นภาพไม่ชัด หรือเห็นภาพเบลอทั้งระยะใกล้และระยะไกล ควรเข้ารับการตรวจสายตากับจักษุแพทย์หรือนักทัศนมาตรโดยเร็วที่สุด เพื่อประเมินว่าค่าสายตาปกติหรือไม่ และตรวจหาสาเหตุของปัญหาการมองเห็น เช่น สายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง พร้อมทั้งได้รับคำแนะนำและแนวทางการรักษาที่เหมาะสม ช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนและฟื้นฟูการมองเห็นให้ชัดเจนยิ่งขึ้นในระยะยาว   มีอาการปวดศีรษะหรือปวดตาบ่อยๆ หากคุณมีอาการปวดศีรษะหรือปวดตาบ่อยๆ ควรพิจารณาว่าสาเหตุอาจเกี่ยวข้องกับปัญหาสายตา เช่น การเพ่งมองวัตถุในระยะใกล้หรือไกลเป็นเวลานานโดยไม่ได้ใส่แว่นที่เหมาะสม หรือมีค่าสายตาที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งทำให้กล้ามเนื้อตาต้องทำงานหนักกว่าปกติ อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าค่าสายตาของคุณอาจไม่ปกติและควรได้รับการตรวจวัดโดยจักษุแพทย์หรือนักทัศนมาตรเพื่อวินิจฉัยและแก้ไขอย่างถูกต้อง ไม่ควรปล่อยให้ปวดตาหรือปวดศีรษะเรื้อรังเพราะอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและการทำงานประจำวันได้อย่างมาก   ต้องหรี่ตาเพื่อมองให้ชัด ถ้าต้องหรี่ตาเพื่อมองภาพให้ชัดเจน นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าดวงตาของคุณกำลังพยายามปรับโฟกัสเนื่องจากค่าสายตาที่ผิดปกติ เช่น สายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง ซึ่งแตกต่างจากสายตาปกติที่สามารถมองเห็นได้ชัดโดยไม่ต้องหรี่ตา การหรี่ตาช่วยลดปริมาณแสงและเพิ่มความคมชัดชั่วคราว แต่หากทำบ่อยๆ อาจทำให้เกิดอาการตาล้า ปวดศีรษะ และตึงเครียดบริเวณกล้ามเนื้อตาได้   เห็นแสงฟุ้งกระจายหรือเงาซ้อน แสงฟุ้งกระจายหรือเงาซ้อน อาจเป็นสัญญาณของปัญหาสายตาที่เกี่ยวข้องกับสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง รวมถึงอาจเกิดจากปัญหาเกี่ยวกับกระจกตาหรือเลนส์ตาไม่เรียบเนียนพอ ภาพที่เห็นจึงไม่ชัดเจนและเกิดแสงกระจายออก ทำให้รู้สึกเหมือนมีเงาซ้อนหรือแสงฟุ้งรอบวัตถุ อาการเหล่านี้อาจส่งผลต่อการมองเห็นในที่มืดหรือเวลามีแสงจ้า เช่น เวลากลางคืนขณะขับรถ หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่แก้ไข อาจทำให้สายตาเสื่อมลงและเกิดอุบัติเหตุได้   มีอาการตาล้า อาการตาล้า เช่น รู้สึกเมื่อยล้าหรือหนักตา ปวดรอบดวงตา หรือตาแห้งง่าย อาจเกิดจากการใช้สายตาเป็นเวลานานโดยไม่พัก เช่น การจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ อาการตาล้ายังอาจเป็นสัญญาณของค่าสายตาที่ผิดปกติ เช่น สายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง ทำให้กล้ามเนื้อตาต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อโฟกัสภาพ ส่งผลให้รู้สึกล้าหรือเจ็บตา หากปล่อยทิ้งไว้อาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสายตาอื่นๆ การพักสายตาเป็นระยะ ใช้แว่นตาที่เหมาะสม   สรุป ค่าสายตาปกติหมายถึงการที่ดวงตาสามารถมองเห็นได้ชัดเจนโดยไม่ต้องใช้เครื่องช่วย แล้วค่าสายตาปกติเท่าไร? ทางการแพทย์กำหนดไว้ที่ระดับ 20/20 หรือเทียบเท่าการมองเห็นวัตถุที่ระยะ 20 ฟุตได้ชัดเจนเท่ากับคนทั่วไป หากคุณสงสัยว่ามีอาการผิดปกติ หรือต้องการปรับค่าสายตาให้เหมาะสม เช่น การทำเลสิก ควรเข้ารับการตรวจวัดสายตาอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ (Bangkok Eye Hospital) เพื่อประเมินสุขภาพดวงตาและรับคำแนะนำการดูแลอย่างเหมาะสม เพื่อการมองเห็นที่ดีที่สุด   คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่าสายตาปกติเท่าไร (FAQ) ความเข้าใจเรื่องค่าสายตาเป็นสิ่งสำคัญในการดูแลดวงตาให้มีสุขภาพดี มาดูคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่าสายตาปกติเท่าไร เพื่อคลายข้อสงสัยและเตรียมพร้อมสำหรับการตรวจตา   ค่าสายตาสามารถกลับมาเป็นปกติได้เองไหม สำหรับความผิดปกติของสายตาที่เป็นถาวร เช่น สายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง มักจะไม่สามารถกลับมาเป็นปกติได้เอง การใช้แว่นตา คอนแท็กต์เลนส์ หรือการผ่าตัดเป็นวิธีแก้ไขเพื่อให้ค่าสายตาปกติ มองเห็นได้ชัดเจน   ค่าสายตา 20/20 หมายถึงสายตาดีเยี่ยมใช่ไหม ค่าสายตา 20/20 เป็นค่าที่บ่งบอกถึงความสามารถในการมองเห็นภาพได้คมชัดในระยะ 20 ฟุต ซึ่งถือเป็นเกณฑ์ของสายตาปกติ แต่ไม่ได้หมายความว่าดวงตาของจะแข็งแรง การตรวจสายตาจากจักษุแพทย์ยังจำเป็นเพื่อตรวจหาความผิดปกติอื่นๆ เช่น โรคต้อหิน ต้อกระจก หรือโรคเกี่ยวกับจอประสาทตา ซึ่งอาจไม่แสดงอาการออกมาในระยะแรก   ค่าสายตาเปลี่ยนแปลงได้ไหม ค่าสายตาปกติสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามช่วงอายุ โดยเฉพาะในวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ตอนต้นที่ร่างกายยังเติบโตอยู่ และเมื่ออายุมากขึ้นจะเริ่มเกิดภาวะสายตายาวตามอายุ ซึ่งเกิดจากเลนส์ตาที่มีความยืดหยุ่นลดลง ทำให้มองใกล้ไม่ชัด

เข้าใจค่าสายตาแบบต่างๆ และผลกระทบต่อการมองเห็นในชีวิตประจำวัน

การเข้าใจค่าสายตาต่างๆ เป็นสิ่งสำคัญในการดูแลสุขภาพตา เนื่องจากแต่ละประเภทของค่าสายตาจะส่งผลต่อการมองเห็นในชีวิตประจำวัน การเลือกแว่นตาหรือการรักษาที่เหมาะสมสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการมองเห็นได้มากขึ้น ดังนั้นการรู้จักค่าสายตาจึงเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาสุขภาพตาอย่างถูกต้อง   ค่าสายตาคือการวัดความสามารถในการมองเห็น โดยใช้หน่วยเป็นไดออปเตอร์ (D) แสดงค่าความผิดปกติของสายตา เช่น สายตาสั้น (–) หรือสายตายาว (+) ค่าเหล่านี้จะช่วยกำหนดว่าต้องใช้แว่นตาหรือคอนแท็กต์เลนส์เพื่อปรับการมองเห็นให้ชัดเจนขึ้น การวัดค่าสายตาทำโดยการใช้เครื่องมือที่เรียกว่า เครื่องวัดค่าสายตา (Refractometer) ซึ่งจะให้ผู้ตรวจสวมแว่นที่มีเลนส์ต่างๆ เพื่อทดสอบการมองเห็น โดยจะแสดงผลค่าสายตาในรูปแบบ SPH, CYL, AXIS และ ADD ขึ้นอยู่กับลักษณะของการมองเห็น การทำเลสิกที่ Bangkok Eye Hospital มีข้อดีคือใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยในกระบวนการรักษา รวมถึงการให้คำปรึกษาจากแพทย์ผู้ชำนาญการ สามารถแก้ไขค่าสายตาสั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย     ทำความรู้จักกับค่าสายตา ค่าสายตาคือค่าที่บ่งชี้ถึงความสามารถในการมองเห็น ซึ่งวัดจากกำลังของกระจกตาและเลนส์ตารวมกัน โดยใช้หน่วยวัดเป็นไดออปเตอร์ (Diopter หรือ D.) ค่าสายตาที่เราคุ้นเคยเช่น สายตาสั้น 50, 75, 150 หรือ 200 แต่การเรียกค่าสายตาแบบนี้ไม่เป็นมาตรฐานสากล เนื่องจากจริงๆ แล้วจะใช้เลขทศนิยมสองตำแหน่งในหน่วยไดออปเตอร์ในการวัดค่าสายตา วิธีอ่านค่าสายตาเบื้องต้น วิธีอ่านค่าสายตาเบื้องต้นสามารถทำได้โดยการดูตัวเลขที่ระบุในใบสั่งแว่นตา เช่น RE -2.00 -0.50x180 โดยค่าสายตาจะมีลักษณะดังนี้ RE (Right Eye) หรือ OD (Oculus Dexter) หมายถึงค่าสายตาของตาด้านขวา ส่วน LE (Left Eye) หรือ OS (Oculus Sinister) หมายถึงค่าสายตาของตาด้านซ้าย ดังนั้นในตัวอย่างนี้ ค่าสายตาที่ระบุคือสำหรับตาด้านขวา ค่าสายตาสั้นหรือยาวจะขึ้นอยู่กับเครื่องหมายหน้าตัวเลข หากเป็นเครื่องหมายลบ (-) แสดงว่าเป็นค่าสายตาสั้น เช่น “-2.00” คือสายตาสั้น 2.00 ไดออปเตอร์ หรือสายตาสั้น 200 หากเป็นเครื่องหมายบวก (+) แสดงว่าเป็นค่าสายตายาว ค่าสายตาเอียงจะมีค่าที่บอกทั้งระดับความเอียงในหน่วยไดออปเตอร์ และมุมการเอียงในองศา เช่น จากตัวอย่าง “-0.50x180” หมายถึง สายตาเอียง -0.50 ไดออปเตอร์ ที่มุม 180 องศา     ส่วนประกอบของค่าสายตามีอะไรบ้าง ข้อมูลสำคัญที่อยู่ในใบค่าสายตาจะช่วยในการกำหนดแว่นตาหรือคอนแท็กต์เลนส์ให้เหมาะสมกับผู้ใช้ ซึ่งประกอบด้วยหลายส่วน ได้แก่ ตัว R และ Lในใบค่าสายตา "R" หมายถึง ตาข้างขวา และ "L" หมายถึง ตาข้างซ้าย บางแห่งอาจใช้คำย่อว่า OD และ OS ซึ่งมีความหมายเดียวกัน โดยที่ OD หมายถึง ตาข้างขวา และ OS หมายถึง ตาข้างซ้าย SPHค่าสายตาจะถูกวัดในหน่วยไดออปเตอร์ โดยมีเครื่องหมายบวก (+) และลบ (-) ที่กำกับตัวเลข เครื่องหมายบวก (+) หมายถึง สายตายาว และเครื่องหมายลบ (-) หมายถึง สายตาสั้น ตัวอย่างเช่น -2.00 หมายถึง ค่าสายตาสั้น 2 ไดออปเตอร์ หรือสายตาสั้น 200 CYLค่าสายตาเอียง (Cylinder หรือ CYL) สามารถมีทั้งเครื่องหมายบวก (+) และลบ (-) เช่นเดียวกับค่า SPH (Sphere) โดยมีค่าที่บอกมุมองศาของการเอียงในระดับที่แตกต่างกัน AXISค่าสายตาเอียง (Cylinder หรือ CYL) หมายถึง องศาของการเอียงของสายตา ซึ่งจะถูกกำหนดด้วยตัวเลขที่บอกมุมองศาในการเอียงของลูกตา ADDหมายถึง ค่าสายตายาวตามวัย ซึ่งมักพบในผู้ที่อายุ 40 ปีขึ้นไป     การวัดค่าสายตาทำอย่างไร? การวัดค่าสายตาเริ่มจากการใช้เครื่องวัดสายตาระบบคอมพิวเตอร์ (Auto Refractometer) เพื่อหาค่าพื้นฐาน แต่บางครั้งค่าอาจไม่ตรงกับความเป็นจริง จึงต้องใช้การวัดแบบถามตอบ (Subjective Refraction) โดยให้ดูภาพและตอบคำถามเพื่อหาค่าสายตาที่แม่นยำขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถวัดค่าสายตาด้วยตัวเองเบื้องต้นได้ผ่านแอปพลิเคชันหรือเครื่องมือออนไลน์ที่ช่วยตรวจสอบความผิดปกติของสายตา เช่น สายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง     ค่าสายตาสั้นมากแค่ไหนถึงจะจำเป็นต้องใส่แว่นตา ค่าสายตาสั้นมากแค่ไหนถึงจะจำเป็นต้องใส่แว่นตา? คำถามนี้หลายคนสงสัย การใส่แว่นตาจะขึ้นอยู่กับค่าสายตาและความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวัน โดยจะแบ่งค่าสายตาสั้นได้ ดังนี้ สายตาสั้น 50 สายตาสั้น 50 ไดออปเตอร์ไม่จำเป็นต้องใส่แว่นตาเสมอไป เพราะค่าสายตานี้ใกล้เคียงกับสายตาปกติ ผู้ที่มีสายตาสั้น 50 ไดออปเตอร์สามารถเลือกใส่แว่นตาในบางสถานการณ์ที่ต้องใช้สายตามากๆ เช่น การใช้โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ หรืออ่านหนังสือ หรืออาจเลือกไม่ใส่แว่นเลยก็ได้ ขึ้นอยู่กับความสะดวกและความชัดเจนในการมองเห็นของแต่ละบุคคล สายตาสั้น 75-100 ค่าสายตาสั้น 75 และ 100 ไดออปเตอร์ถือว่าอยู่ในระดับก้ำกึ่ง บางคนอาจรู้สึกว่าการใช้ชีวิตประจำวันยากขึ้นเมื่อไม่ได้ใส่แว่น แต่บางคนก็ไม่ได้รู้สึกแตกต่างจากสายตาปกติ ดังนั้นการใส่แว่นหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับความสะดวกของแต่ละคน สายตาสั้น 100 ไม่ถือว่าอันตราย แต่หากมีอาการอื่นๆ ร่วม เช่น ปวดศีรษะ ปวดตา หรือค่าสายตาเปลี่ยนเร็ว ควรพบจักษุแพทย์เพื่อหาสาเหตุเพิ่มเติม สายตาสั้น 150-200 สายตาสั้น 150-200 ไดออปเตอร์ส่วนใหญ่จะเริ่มทำให้มองเห็นไม่ชัด หากส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันหรือการทำงาน ควรใส่แว่นเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ หรือหากต้องเพ่งสายตาเพื่อมองเห็น ควรใส่แว่นเพื่อลดอาการตาล้าปวดหัวจากการใช้สายตามากเกินไป สายตาสั้น 300 ขึ้นไป สายตาสั้น 300 ถือว่าค่อนข้างเยอะและมีผลกระทบต่อการมองเห็นอย่างมาก ผู้ที่มีค่าสายตาสั้น 300 ควรใส่แว่นตลอดเวลา เพื่อป้องกันอาการตาเมื่อย ตาล้า และช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดจากการมองเห็นไม่ชัด     ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสายตาสั้น หลายคนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับสายตาสั้น ดังนั้นมาปรับความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับสายตาสั้นเพื่อการดูแลสุขภาพตาอย่างเหมาะสม และหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการมองเห็นไม่ชัดและอาการต่างๆ ที่อาจตามมา   ไม่ใส่แว่นตลอดสายตาจะสั้นลง เรื่องนี้ไม่จริงเสมอไป เพราะเกิดเฉพาะในเด็กที่ดวงตายังเติบโตได้ หากไม่ใส่แว่นตลอดเวลาจะทำให้ลูกตายืดออกผิดปกติ (Elongation) ส่งผลให้สายตาสั้นมากขึ้น ในขณะที่ผู้ใหญ่จะไม่เกิดการยืดลูกตาเพียงแค่เพ่งสายตาชั่วขณะ แต่จะทำให้เกิดอาการตาเมื่อย ตาล้า หรือปวดศีรษะแทน และไม่ทำให้สายตาสั้นขึ้นแต่อย่างใด   เด็กไม่ควรใส่แว่นตามค่าสายตา หลายคนเข้าใจผิดว่าเด็กควรหลีกเลี่ยงการใส่แว่นที่ค่าสายตามากๆ เพราะกลัวว่าจะทำให้สายตาสั้นมากขึ้น แต่ในความจริง หากเด็กไม่ใส่แว่นตามค่าสายตาที่ควรเป็น จะทำให้เด็กต้องเพ่งสายตาบ่อยๆ ซึ่งจะทำให้ลูกตายืดออกและทำให้สายตาสั้นมากขึ้น ดังนั้นการใส่แว่นตาที่เหมาะสมกับค่าสายตาตั้งแต่เริ่มต้นจึงสำคัญเพื่อป้องกันการเพิ่มขึ้นของสายตาสั้น   สายตาสั้นไม่ได้ทำให้ตาบอด จริงๆ แล้ว สายตาสั้นอาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นได้ หากค่าสายตาสั้นมากและไม่ได้รับการรักษา เช่น การใส่แว่นหรือคอนแท็กต์เลนส์ หรือการทำเลสิก อาจทำให้เห็นภาพไม่ชัดเจน และในกรณีที่สายตาสั้นมาก อาจเสี่ยงต่อโรคที่ทำให้เกิดการสูญเสียการมองเห็น เช่นจอประสาทตาเสื่อมน้ำวุ้นตาเสื่อม หรือจอตาฉีกขาดได้   ค่าสายตายาวและค่าสายตาสั้นหักลบกันได้ สายตาสั้นและสายตายาวไม่สามารถหักลบกันได้ เพราะเป็นความผิดปกติที่เกิดจากส่วนต่างกันในดวงตา สายตาสั้นเกิดจากสรีระดวงตา ส่วนสายตายาวเกิดจากการเสื่อมของกล้ามเนื้อควบคุมเลนส์ตาเมื่ออายุมากขึ้น ค่าสายตาจึงอาจมีทั้งสายตาสั้นและสายตายาวพร้อมกัน เช่น “LE -1.00 +2.00 add” ในการทำแว่นตา เลนส์จะถูกแบ่งเป็นสองส่วน เพื่อให้สามารถแก้ไขทั้งสองค่าสายตาได้   สายตาสั้นน้อยลงเมื่ออายุมากขึ้น บางกรณีสำหรับเด็กที่มีสายตาสั้น เมื่อโตขึ้นอาจพบว่าค่าสายตาสั้นน้อยลง เนื่องจากการเติบโตของลูกตาที่สมดุลขึ้น แต่ไม่ใช่ว่าสายตาสั้นจะหายไปเมื่ออายุมากขึ้น แม้ว่าจะมีอาการสายตายาวตามวัย สายตาสั้นและสายตายาวเป็นปัญหาคนละส่วนกัน จึงไม่สามารถหักล้างกันได้ สายตาสั้นจะไม่หายไปจากการเกิดสายตายาว     ทางเลือกในการรักษาสายตาสั้นโดยไม่ต้องใส่แว่น นอกจากการใส่แว่นแล้ว ยังมีหลายวิธีในการรักษาสายตาสั้นขึ้นอยู่กับค่าสายตาและความสะดวกของแต่ละบุคคล เช่น ใส่คอนแท็กต์เลนส์ คอนแท็กต์เลนส์เป็นวิธีที่นิยมสำหรับคนที่มีปัญหาสายตาสั้น เพราะสะดวก ไม่ต้องใส่แว่น เหมาะสำหรับสายตาสั้น 50 หรือ 200 ขึ้นไป ข้อดีคือใช้งานสะดวก แต่ก็ต้องมีวินัยในการดูแลความสะอาด หากละเลยอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรืออักเสบที่ตาได้ เลสิกรักษาค่าสายตา เลสิกเป็นการรักษาสายตาสั้นโดยการใช้เลเซอร์ปรับความโค้งของกระจกตาให้แบนลง เพื่อให้จุดตัดของแสงมาตรงที่จอตา ซึ่งช่วยแก้ไขสายตาสั้นได้สูงสุดถึง -14.00 ไดออปเตอร์ ข้อจำกัดของการทำเลสิกคือกระจกตาต้องมีความหนาพอและค่าสายตาต้องคงที่ เนื่องจากไม่สามารถทำซ้ำได้ง่ายหากมีการเปลี่ยนแปลงของค่าสายตาหลังการทำเลสิก SMILE Pro® รักษาค่าสายตา SMILE Pro® เป็นเทคโนโลยีการผ่าตัดแก้ไขสายตาด้วยเลเซอร์ที่ทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน มอบความรวดเร็วและความแม่นยำสูง โดยใช้เลเซอร์ VisuMax 800 ซึ่งสามารถแก้ไขสายตาได้ภายในเพียง 8 วินาทีต่อข้าง โดยไม่ต้องเปิดแผลขนาดใหญ่ ทำให้เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว และลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะตาแห้ง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขสายตาอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย Femto LASIKแยกชั้นกระจกตา Femto LASIK หรือเลสิกไร้ใบมีด ใช้เลเซอร์ในการแยกชั้นกระจกตาให้มีความแม่นยำสูง โดยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด ข้อจำกัดคือจะทำให้ตาแห้งมากหลังผ่าตัด และแผลผ่าตัดจะมีขนาดใหญ่ ทำให้ต้องระมัดระวังอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ วิธีนี้สามารถแก้ไขสายตาสั้นได้ระหว่าง -1.00 ถึง -10.00 ไดออปเตอร์ PRK แก้ไขค่าสายตา PRK เป็นการแก้ไขค่าสายตาโดยการปรับความโค้งกระจกตาด้านนอกโดยไม่ต้องเปิดชั้นกระจกตา เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาชีพเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุที่ตา เช่น ตำรวจหรือทหาร อีกทั้งยังเหมาะกับผู้ที่มีข้อจำกัด เช่น ตาแห้งหรือกระจกตาบาง ข้อจำกัดของวิธีนี้คือสามารถแก้ไขสายตาสั้นได้สูงสุดที่ -5.00 ไดออปเตอร์ และหลังการผ่าตัดต้องใส่คอนแท็กต์เลนส์พิเศษเพื่อให้กระจกตาฟื้นตัว ทำICL ใส่เลนส์เทียม ICL (Implantable Collamer Lens) เป็นการรักษาสายตาด้วยการใส่เลนส์เทียมเข้าไปในตาเพื่อปรับการหักเหแสง แผลจากการผ่าตัดมีขนาดเล็กเพียง 3 มิลลิเมตร ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 10-15 นาที   วิธีนี้ปลอดภัยมากและสามารถใช้ได้กับผู้ที่มีค่าสายตาสั้นสูง หรือผู้ที่มีตาแห้งและกระจกตาบาง ข้อจำกัดคืออาจพบความผิดปกติของความดันตาหลังการผ่าตัด แต่สามารถควบคุมได้โดยแพทย์   สรุป ค่าสายตาสั้นคือความผิดปกติของการหักเหแสงในตา ทำให้มองเห็นภาพในระยะไกลไม่ชัดเจน โดยเกิดจากดวงตาที่ยาวเกินไปหรือความโค้งของกระจกตาที่มากเกินไป การรักษาหลักๆ ได้แก่ การใส่แว่นตา คอนแท็กต์เลนส์ หรือการผ่าตัด เช่น เลสิกหรือการใส่เลนส์เทียม ICL ขึ้นอยู่กับระดับค่าสายตาและความต้องการของผู้ใช้   ศูนย์เลเซอร์วิชั่น Bangkok Eye Hospitalบริการทำเลสิกสำหรับผู้ที่มีสายตาสั้น ซึ่งเป็นวิธีการรักษาค่าสายตาด้วยการใช้เลเซอร์ปรับรูปกระจกตาให้มีความโค้งที่เหมาะสม เพื่อให้การมองเห็นในระยะไกลชัดเจน โดยไม่ต้องใส่แว่นตาหรือคอนแท็กต์เลนส์หลังการผ่าตัด   FAQ หลายคนมักมีคำถามเกี่ยวกับค่าสายตา ในส่วนนี้เราจะตอบคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่าสายตา เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจค่าสายตาของตัวเองได้ง่ายขึ้น   ค่าสายตา +1.75 คืออะไร   ค่าสายตายาวจะมีเครื่องหมายบวก (+) เช่น +1.75 ซึ่งหมายความว่าผู้ที่มีค่าสายตานี้จะพบปัญหาในการมองเห็นวัตถุใกล้   ค่าสายตาปกติเท่ากับเท่าไร ค่าสายตา 0.00 หมายถึงค่าสายตาปกติ ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้แว่นตาหรือการแก้ไขใดๆ เพราะสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนทั้งระยะใกล้และไกล ค่าสายตา -1.25 คือเท่าไร   ค่าสายตา -1.25 คือค่าสายตาที่เริ่มทำให้มองเห็นไม่ชัดในบางช่วง หรือจำเป็นต้องมองใกล้ขึ้น การใส่แว่นตลอดเวลาจะช่วยลดความเครียดจากการใช้สายตามากเกินไป
calling
ទំនាក់ទំនងមកយើងខ្ញុំ : +662 511 2111