มุมสุขภาพตา : #เปลือกตาอักเสบ

เรียงตาม

SMILE Pro 2.0 คืออะไร? ที่สุดของเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก แม่นยำด้วย AI (อัปเดตปี 2026)

SMILE Pro 2.0 คืออะไร? ที่สุดของเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก | ศูนย์เลสิก Laser Vision การตัดสินใจทำเลสิก เป็นเรื่องใหญ่สำหรับหลายคน ไม่ใช่แค่เรื่องอยากมองเห็นชัดขึ้น แต่รวมถึงความกังวลเรื่องความปลอดภัย ความเจ็บ และผลลัพธ์ในระยะยาว ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คำว่า เลสิกไร้ใบมีด ถูกค้นหามากขึ้นอย่างชัดเจน และชื่อที่มักถูกพูดถึงควบคู่กันก็คือ SMILE Pro SMILE Pro 2.0 คืออะไร? คำตอบของการทำเลสิกปี 2026 ที่คนค้นหามากที่สุด ในปี 2026 เทคโนโลยีนี้ได้พัฒนาไปอีกขั้นในชื่อ SMILE Pro 2.0 ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความแม่นยำ ลดความคลาดเคลื่อน และทำให้ผลลัพธ์การมองเห็นเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจตั้งแต่พื้นฐานเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมที่ Laser Vision เลือกนำเทคโนโลยี SMILE Pro มาใช้ในการแก้ไขปัญหาสายตาสั้นให้กับคนไข้ในปัจจุบัน การตัดสินในทำเลสิกเป็นเรื่องใหญ่สำหรับหลายคนไม่ใช่แค่เรื่องอยากมองเห็นชัด เลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก (No-Blade LASIK) คืออะไร? SMILE Pro เป็นการทำเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก (No-Blade LASIK) โดยใช้เลเซอร์ทุกขั้นตอน ไม่ต้องเปิดฝากระจกตาเหมือนเลสิกแบบเดิม แพทย์จะใช้เลเซอร์สร้างชิ้นเนื้อเลนส์เล็ก ๆ ภายในกระจกตา แล้วนำออกผ่านแผลขนาดประมาณ 2 มิลลิเมตร ด้วยแผลที่เล็กมาก ทำให้โครงสร้างกระจกตาถูกรบกวนน้อยลง หลายคนจึงรู้สึกฟื้นตัวเร็ว สบายตา และมีโอกาสเกิดอาการตาแห้งน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการทำเลสิกแบบเปิดฝากระจกตา ทำไม SMILE Pro ถึงเป็นเลสิกที่หลายคนเลือก เหตุผลสำคัญที่ทำให้ SMILE Pro ได้รับความนิยม คือความรู้สึกสบายใจตั้งแต่ก่อนทำ เพราะเป็นเลสิกที่ไม่ใช้ใบมีด และไม่ต้องเปิดฝากระจกตา รวมถึงตัวเครื่อง (VisuMax 800) ถูกออกแบบมาให้เปิดโล่ง เหมาะกับคนขี้กลัว หรือกลัวที่แคบ นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ ใช้เวลายิงเลเซอร์ เพียงแค่ 8 วินาทีต่อข้าง เหมาะกับคนที่กลัวการทำเลสิก แผลเล็ก ช่วยให้กระจกตาแข็งแรงในระยะยาว ลดโอกาสเกิดอาการตาแห้ง หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ค่อนข้างเร็ว SMILE Pro 2.0 ช่วยเพิ่มความแม่นยำได้อย่างไร หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของ SMILE Pro 2.0 คือการออกแบบระบบให้ทุกขั้นตอนเชื่อมต่อกันอย่างต่อเนื่อง ลดความคลาดเคลื่อน และเพิ่มความแม่นยำในการรักษาแบบเลสิกไร้ใบมีดอย่างเห็นได้ชัด 1. ข้อมูลส่งตรง ลดความผิดพลาดจากมนุษย์ (Seamless Data Transfer) ข้อมูลสายตาที่ได้จากการตรวจวัด จะถูกส่งเข้าสู่เครื่องเลเซอร์โดยตรงผ่านระบบของ ZEISS โดยไม่ต้องคีย์ข้อมูลซ้ำ ลดโอกาสเกิดความผิดพลาดจากการกรอกข้อมูล ทำให้แผนการรักษาตรงกับค่าสายตาจริงมากขึ้น ผลลัพธ์มีความสม่ำเสมอในทุกเคส 2. วางแผนการรักษาอย่างแม่นยำ ด้วยข้อมูลระดับโลก (Integrated Planning) ระบบจะนำข้อมูลสายตาของคนไข้มาวิเคราะห์ร่วมกับฐานข้อมูลขนาดใหญ่จากทั่วโลก ช่วยวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized Treatment) เพิ่มความแม่นยำในการแก้ไขสายตาเอียง โดยเฉพาะเคสที่ซับซ้อน ช่วยให้ผลลัพธ์หลังทำเลสิกมีความเสถียรและคมชัดมากขึ้น 3. ระบบช่วยเพิ่มความคมชัดระหว่างการรักษา (Precision Systems) SMILE Pro 2.0 มาพร้อมระบบอัจฉริยะที่ช่วยควบคุมความแม่นยำในระหว่างการยิงเลเซอร์ CentraLign® ช่วยจัดตำแหน่งการยิงเลเซอร์ให้ตรงกับจุดศูนย์กลางการมองเห็นจริง ไม่ใช่แค่ตำแหน่งรูม่านตา OcuLign® ช่วยชดเชยการหมุนของลูกตาแบบอัตโนมัติในระหว่างการรักษา ทำให้เลเซอร์ยิงได้ตรงตำแหน่งตลอดเวลา ขอบคุณภาพจากบริษัท Carl Zeiss Co., Ltd SMILE Pro 2.0 ต่างจากเทคโนโลยีเลสิกแผลเล็กแบบเดิมอย่างไร เทคโนโลยี ปีที่เปิดตัว เครื่องเลเซอร์ จุดเด่นสำคัญ ReLEx SMILE 2011 VisuMax 500 จุดเริ่มต้นเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก 2–3 มม. ไม่เปิดฝากระจกตา ใช้เวลา 23 วินาที/ข้าง SMILE Pro 2021 VisuMax 800 เลเซอร์ความเร็วสูง 2 MHz ใช้เวลาเพียง 8 วินาที / ข้าง พร้อมระบบจัดกึ่งกลางอัตโนมัติ SMILE Pro 2.0 2025 VisuMax 800 ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ เชื่อมต่อข้อมูล Cloud + Big Data เพิ่มความแม่นยำสูงสุดด้วย CentraLign® และ OcuLign® SMILE Pro 2.0 คือก้าวสำคัญของเลสิกแผลเล็ก ที่ผสาน ความเร็ว ความแม่นยำ และ มีระบบอัจฉริยะ AI-driven planning เข้าด้วยกัน ทำไมหลายคนเลือกทำ SMILE Pro 2.0 ที่ Laser Vision at Bangkok Eye Hospital นอกจากเทคโนโลยีแล้ว ความเชี่ยวชาญของแพทย์และมาตรฐานของโรงพยาบาลก็เป็นสิ่งสำคัญ ที่ Laser Vision at Bangkok Eye Hospital ทีมจักษุแพทย์มีประสบการณ์ดูแลคนไข้มากกว่า 100,000 ดวงตา ประสบการณ์รักษาคนไข้ทางด้านสายตามากกว่า 28 ปี และโรงพยาบาลยังผ่านการรับรองมาตรฐาน AACI จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านความปลอดภัยและคุณภาพการรักษาในระดับสากล การผสานระหว่างประสบการณ์ทางการแพทย์และเทคโนโลยี SMILE Pro 2.0 ทำให้คนไข้มั่นใจได้ว่า การทำเลสิกไม่ได้จบแค่เห็นชัด แต่ต้องปลอดภัยและดูแลได้ในระยะยาว Q : SMILE Pro 2.0 เหมาะกับใคร?A : เหมาะกับผู้ที่มีสายตาสั้นหรือสายตาเอียง และต้องการเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก ฟื้นตัวไว Q : ทำ SMILE Pro 2.0 เจ็บไหม?A : ระหว่างทำจะมีการหยอดยาชา คนไข้ส่วนใหญ่รู้สึกเพียงแรงกดเล็กน้อย และใช้เวลาไม่นาน Q : หลังทำต้องพักฟื้นนานแค่ไหน?A : ส่วนใหญ่สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ภายใน 1–2 วัน รับชมวีดีโอ SMILE Pro 2.0 *หากวิดีโอไม่แสดงผล คลิก ที่นี่ ถ้าคุณกำลังมองหาเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็กในปี 2026 การตรวจประเมินสายตาอย่างละเอียดกับจักษุแพทย์ จะช่วยให้รู้ว่า SMILE Pro 2.0 เหมาะกับคุณหรือไม่ และช่วยให้คุณเลือกวิธีการทำเลสิกได้อย่างสบายใจที่สุด ทำนัด / สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ 📞 Call Center : 02-511-2111 ADD LINE 🏥 โรงพยาบาลเปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 20.00 น. บทความโดย รศ.นพ. อนันต์ วงศ์ทองศรี ประธานกรรมการบริหาร (CEO) และจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระจกตาและการผ่าตัดแก้ไขสายตา (LASIK) ประสบการณ์ดูแลคนไข้มากกว่า 100,000 ดวงตา ประวัติแพทย์ นัดหมายปรึกษา
อ่านเพิ่มเติม

เปลือกตาอักเสบอันตรายไหม? สาเหตุ อาการ และวิธีป้องกันเบื้องต้น

เปลือกตาอักเสบ คือภาวะอักเสบของผิวหนังบริเวณเปลือกตา มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ภาวะตาแห้ง ไรขนตา การอุดตันของต่อมไขมันที่เปลือกตา รวมถึงการใช้เครื่องสำอางบริเวณดวงตาแต่ทำความสะอาดไม่ทั่วถึง อาการเปลือกตาอักเสบ ได้แก่ คันเปลือกตา เจ็บเปลือกตา ตาแห้ง มีขี้ตามาก เปลือกตาหรือขอบตาบวมแดงเป็นหนอง น้ำตาไหลบ่อย รวมถึงดวงตาไวต่อแสงและแพ้แสง วิธีรักษาเปลือกตาอักเสบสามารถทำได้ด้วยการทำความสะอาดดวงตา ประคบอุ่น  หากอาการไม่ดีขึ้นควรพบแพทย์เพื่อรับการรักษา และใช้ยาปฏิชีวนะ ยาสเตียรอยด์รักษาตามแพทย์สั่ง  การป้องกันอาการเปลือกตาอักเสบ เริ่มจากการรักษาความสะอาดใบหน้าและดวงตา หลีกเลี่ยงการสัมผัสตาหรือขยี้ตา อาการเปลือกตาอักเสบ เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่หรือว่าเด็ก อาจเริ่มจากรู้สึกตาบวม เจ็บ หรือระคายเคืองที่เปลือกตาโดยไม่แน่ใจว่าเป็นแค่อาการชั่วคราว หรือเป็นภาวะอักเสบที่ต้องได้รับการรักษาอย่างจริงจัง โดยบทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจกับเปลือกตาอักเสบ ตั้งแต่สาเหตุ อาการ ไปจนถึงวิธีป้องกัน และแนวทางการรักษาที่มีประสิทธิภาพ  ทำความรู้จักกับเปลือกตาอักเสบ คืออะไร เปลือกตาอักเสบ (Blepharitis) เป็นภาวะอักเสบของผิวหนังบริเวณเปลือกตา โดยเฉพาะของเปลือกตาซึ่งประกอบด้วยขนตา ต่อมรากขนตา (Eyelash Follicles) และต่อมไขมัน (Meibomian Gland) ส่งผลให้เกิดอาการระคายเคืองตาและความไม่สบายตาที่พบได้บ่อย ในภาวะนี้ตรวจพบได้ในเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาจากจักษุแพทย์ อาจไม่แสดงอาการชัดเจนในบางราย  เปลือกตาอักเสบสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย โดยมักเกิดกับตาทั้งสองข้าง และมีลักษณะเรื้อรัง แม้ไม่ใช่โรคติดต่อหรืออันตรายถึงขั้นตาบอด แต่ก็ส่งผลต่อชีวิตประจำวันจากอาการคันตา ตาบวม แสบตา ตาแดง ตากุ้งยิงบ่อย รวมถึงอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงถาวรที่ขอบเปลือกตา เช่น ตาแห้งเรื้อรัง ขนตางอกผิดทิศทิ่มกระจกตา ผิวกระจกตาอักเสบ หรือแผลที่กระจกตา ซึ่งอาการดังกล่าวนั้นส่งผลต่อการมองเห็นในระยะยาว     ชนิดของเปลือกตาอักเสบมีอะไรบ้าง? เปลือกตาอักเสบแบ่งเป็น 2 ชนิดตามตำแหน่งของตา ได้แก่ เปลือกตาอักเสบส่วนหน้าและส่วนหลัง แต่มักแยกจากกันยากรวมถึงเกิดร่วมกันได้บ่อย ดังนี้ เปลือกตาอักเสบส่วนหน้า (Anterior Blepharitis) ประกอบด้วยผิวหนังเปลือกตา โคนขนตา ต่อมรากขนตา อาการที่แสดงจะมีขี้ตาติดบนขนตาหรือมีอาการบริเวณที่ขนตาขึ้น โดยสามารถแบ่งสาเหตุที่ก่อให้เกิดอาการเปลือกตาอักเสบ ตาบวม ได้แก่ เปลือกตาอักเสบชนิดที่เกิดจากเปลือกตาติดเชื้อแบคทีเรียสแตฟีโลค็อกคัส (Staphylococcal Blepharitis) เป็นชนิดที่พบบ่อยในผู้หญิงถึง 80% เปลือกตาอักเสบชนิดที่เป็นการอักเสบของต่อมสร้างไขมันผิวหนังเปลือกตา (Seborrheic Blepharitis) เปลือกตาอักเสบส่วนหลัง (Posterior Blepharitis) มักเกิดจากต่อมไขมันที่ขอบเปลือกตา (Meibomian Gland) ทำงานผิดปกติ (Meibomian Gland Dysfunction – MGD) ซึ่งหากต่อมนี้ทำงานได้น้อยลง จะทำให้น้ำตาระเหยได้เร็ว จนเกิดเป็นตาแห้ง ตาแดง เคืองตา คันตา น้ำตาไหล แต่หากใช้งานมากไปก็จะทำให้หนังตาแดง มีคราบขี้ตา หรือสะเก็ดบริเวณขนตา     สาเหตุหลักของเปลือกตาอักเสบมีอะไรบ้าง? สาเหตุของเปลือกตาอักเสบยังไม่ทราบแน่ชัด อาจเกิดจากหลายสาเหตุด้วยกัน ได้แก่ โรคผื่นแพ้ต่อมไขมันที่ผิวหนัง (Seborrheic Dermatitis) สะเก็ดรังแค อาจทำให้เกิดการอักเสบระคายเคืองที่ผิวหนังบริเวณเปลือกตา การติดเชื้อแบคทีเรียหรือติดเชื้อราที่เปลือกตา การอุดตันหรือการทำงานผิดปกติของต่อมไขมันที่ขอบเปลือกตา (Meibomian Gland Dysfunction – MGD) โรคภูมิแพ้ รวมถึงโรคทางระบบร่างกาย เช่น โรคแพ้ภูมิตนเอง โรคต่อมไมโบเมียนทำงานผิดปกติ โรคผิวหนังอักเสบเซบเดิร์ม โรคโรซาเซีย ผู้มีภาวะหมดประจำเดือน มีการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง เป็นต้น ไรฝุ่นหรือไรขนตา (Demodex) ภาวะตาแห้ง การได้รับสิ่งสกปรกบริเวณเปลือกตา เช่น ฝุ่นละออง การเขียนขอบตา การติดขนตาปลอม การใช้เครื่องสำอางบริเวณรอบดวงตา การสักขอบเปลือกตา รวมถึงการใส่คอนแทคเลนส์เป็นประจำ การได้รับยาบางชนิด เช่น ยาแก้แพ้ ยารักษาโรคซึมเศร้า ยารักษาโรคต่อมลูกหมากโต เป็นต้น     เช็กสัญญาณอาการเปลือกตาอักเสบที่ไม่ควรมองข้าม หากมีอาการเหล่านี้บ่อยๆ อาจมีอาการของโรคเปลือกตาอักเสบ มีดังนี้ ตาเป็นกุ้งยิง เปลือกตาอักเสบบวมแดงเป็นหนอง มีตุ่มสีขาวคล้ายสิว แต่ไม่มีหัว บริเวณเปลือกตาหรือขอบเปลือกตา คันเปลือกตาหรือเจ็บเปลือกตา รู้สึกเหมือนมีทรายหรือสิ่งแปลกปลอมอยู่ในตา รู้สึกปวดแสบปวดร้อนตา แสบตา มีการระคายเคืองตา ตาแดง ตาแห้ง น้ำตาไหลบ่อย มีขี้ตาเยอะหรือคราบสะเก็ดบริเวณขนตาหรือหัวตา มักเป็นช่วงเช้าเวลาตื่นนอน บางครั้งขนตาติดกันจนลืมตาไม่ขึ้น ขนตาเกหรือจับตัวกันเป็นกระจุก ขนตาร่วง และขนตาขึ้นผิดปกติ งอกแล้วงอเข้าด้านใน ทำให้ขนตาทิ่มตา ตาแพ้แสง ไวต่อแสง รวมถึงตาพร่ามัว แต่เมื่อกระพริบตาแล้วมักจะดีขึ้น ภาวะแทรกซ้อนจากเปลือกตาอักเสบ โรคเปลือกตาอักเสบอาจส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ โดยมีอาการดังนี้ มีความผิดปกติของผิวหนังเปลือกตา เช่น แผลเป็นที่ขอบเปลือกตา ขอบเปลือกตาม้วนเข้าหรือม้วนออก เกิดการอุดตันของต่อมไขมันบริเวณขอบเปลือกตา ทำให้เกิดการอักเสบติดเชื้อภายในต่อมไขมันและทำให้เปลือกตาบวม แดง เจ็บ หรือตากุ้งยิง หากอาการอักเสบติดเชื้อดีขึ้น อาจทิ้งร่องรอยเป็นตุ่มนูนแข็งบริเวณเปลือกตา (Chalazion) ได้ ตาแดงเรื้อรังจากเยื่อบุตาอักเสบ กระจกตาถลอกหรือเป็นแผล จากการระคายเคืองจากเปลือกตาอักเสบหรือขนตางอกผิดทิศทาง เพื่อความเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่กระจกตา จากอาการตาแห้งหรือน้ำตาไม่เพียงพอ หากกระจกตาขุ่นจากแผลเป็นอาจทำให้การมองเห็นแย่ลงแบบถาวรได้     วิธีรักษาเปลือกตาอักเสบด้วยตัวเอง ทำอย่างไร? อาการเปลือกตาอักเสบมีวิธีรักษาที่ง่ายและดีที่สุดคือ การรักษาความสะอาดบริเวณเปลือกตาและขอบเปลือกตา สามารถทำได้ด้วยวิธีต่างๆ ดังนี้ หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น หยุดใช้เครื่องสำอางบริเวณตาและคอนแทคเลนส์ชั่วคราว ประคบอุ่น ด้วยการใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่นประคบตา 10-15 นาที วันละ 1-2 ครั้ง เพื่อละลายสิ่งอุดตัน นวดเปลือกตา ใช้นิ้วสะอาดกรีดเบาๆ ตามแนวไขมัน เพื่อระบายสารคัดหลั่งที่อุดตัน (หลีกเลี่ยงหากมีอาการอักเสบรุนแรง) ทำความสะอาดตา โดยนำแชมพูเด็กผสมกับน้ำในอัตรา 1:1 ใช้สำลีเช็ดโคนขนตาเบาๆ หรือใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเฉพาะ รักษาเปลือกตาอักเสบด้วยการใช้ยา  ในกรณีที่อาการไม่ดีขึ้นหรือรุนแรง จำเป็นต้องพบจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อรับการรักษาด้วยยาตามความเหมาะสมและตามสาเหตุของโรค โดยยาที่ใช้รักษาอาการเปลือกตาอักเสบจะสามารถใช้ยาอะไรบ้าง ดังนี้ ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) อาจเป็นยาหยอดตา ขี้ผึ้งป้ายตา และหากมีการติดเชื้อต้องใช้เป็นยากิน ยาสเตียรอยด์ (Steroids) ช่วยลดอาการอักเสบ บวม แดง หรืออาการระคายเคือง ยาปรับภูมิต้านทาน (Immunomodulators) เช่น ยาหยอดตาบางชนิด เพื่อช่วยลดอาการอักเสบในบางกรณี เช่น การอักเสบของขอบเปลือกตาส่วนหลัง น้ำตาเทียม ช่วยลดอาการตาแห้งและการระคายเคือง วิธีป้องกันเปลือกตาอักเสบ ทำอย่างไร? เนื่องจากเป็นโรคเรื้อรังที่มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้ การดูแลสุขอนามัยและปรับพฤติกรรมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ดังนี้ รักษาความสะอาดเปลือกตาด้วยการล้างหน้าและล้างมือด้วยสบู่อ่อนๆ เช็ดให้แห้งด้วยผ้าสะอาด และทำความสะอาดทุกวันด้วยผลิตภัณฑ์เฉพาะหรือน้ำอุ่น หลีกเลี่ยงการสัมผัสตา ห้ามขยี้ตา เกาเปลือกตาเพื่อลดการระคายเคือง และใช้ทิชชูสะอาดซับน้ำตาหรือยาหยอดตาส่วนเกิน ล้างเครื่องสำอางรอบดวงตาทุกคืน รวมถึงหมั่นเปลี่ยนเครื่องสำอางที่เกี่ยวข้องกับตาทุกๆ 3-6 เดือน ปรับการใช้คอนแท็กต์เลนส์ ใส่แว่นตาแทนคอนแท็กต์เลนส์ในช่วงที่มีอาการ และหมั่นทำความสะอาดคอนแท็กต์เลนส์อย่างเคร่งครัด     รักษาเปลือกตาอักเสบ ที่ศูนย์รักษากระจกตา Bangkok Eye Hospital ดีอย่างไร หากมีอาการของโรคเปลือกตาอักเสบ สามารถเข้ามาปรึกษาและรักษาอาการตั้งแต่ระยะเริ่มต้นได้ที่ศูนย์รักษากระจกตา Bangkok Eye Hospital (โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ) ที่โดดเด่นด้านการรักษาอาการผิดปกติเกี่ยวกับดวงตา ด้วยจักษุแพทย์ผู้ชำนาญการ มีจุดเด่นดังนี้ มีจักษุแพทย์ชำนาญการและมากด้วยประสบการณ์ ที่พร้อมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับอาการผิดปกติ และแนะนำแนวทางการรักษาอย่างเหมาะสม เทคโนโลยีสำหรับการรักษาดวงตาสมัยใหม่ และเครื่องมือได้มาตรฐานระดับสากลครบครัน เพื่อการรักษาดวงตาอย่างปลอดภัย พร้อมให้การรักษา ตั้งแต่การวินิจฉัย การรักษา ไปจนถึงการติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ ใส่ใจในการบริการ พร้อมบรรยากาศของโรงพยาบาลที่เป็นกันเอง สรุป เปลือกตาอักเสบ (Blepharitis) เป็นภาวะอักเสบเรื้อรังบริเวณขอบเปลือกตา เกิดจากการทำงานผิดปกติของต่อไขมัน (Meibomian Gland) หรือการติดเชื้อแบคทีเรีย มักพบร่วมกับโรคผิวหนังเซบเดิร์ม ภูมิแพ้ หรือตาแห้ง โดยมีอาการหลัก ได้แก่ คันตา แสบตา ขนตาขึ้นผิดทิศทาง ตากุ้งยิง และไวต่อแสง ส่วนการรักษาเน้นทำความสะอาดเปลือกตาด้วยการประคบอุ่น นวดเบาๆ ในกรณีที่อาการไม่รุนแรง แต่หากอาการไม่ดีขึ้นควรพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและใช้ยาปฏิชีวนะหรือสเตียรอยด์เฉพาะที่ และน้ำตาเทียม เพื่อป้องกันการกลับไปเป็นซ้ำ และสามารถป้องกันได้ด้วยการดูแลสุขอนามัยเป็นประจำและเลี่ยงการขยี้ตา  โดย Bangkok Eye Hospital โรงพยาบาลเฉพาะทางเกี่ยวกับดวงตา พร้อมให้คำปรึกษา ดูแล และรักษาเปลือกตาอักเสบ ด้วยเทคโนโลยีเครื่องมือที่ทันสมัยจากจักษุแพทย์ผู้ชำนาญการ ช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างปลอดภัย และถูกต้องแม่นยำ อ่านบทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง  ตาแห้งมีอาการอย่างไร พร้อมวิธีรักษา และปรับพฤติกรรมป้องกันตาแห้ง วิธีการล้างตาที่ถูกต้อง ปลอดภัย ป้องกันการติดเชื้อ ระคายเคืองดวงตา กระจกตาติดเชื้อคืออาการอะไร การรักษาและป้องกันที่ถูกต้องทำอย่างไร FAQ – คำถามที่พบบ่อย เปลือกตาอักเสบหายเองได้ไหม? ในกรณีที่อาการไม่รุนแรง สามารถหายเองได้เมื่อดูแลสุขอนามัยอย่างเหมาะสม ทั้งการรักษาความสะอาดร่างกายและอุปกรณ์ส่วนตัวเป็นประจำ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงการเกิดเปลือกตาอักเสบได้อย่างมีประสิทธิภาพ เปลือกตาอักเสบควรใช้ยาอะไร? ก่อนใช้ยาควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ โดยสามารถใช้เป็นยาปฏิชีวนะ ยาสเตียรอยด์ ยาปรับภูมิต้านทาน และน้ำตาเทียม เปลือกตาอักเสบต่างกับตากุ้งยิงอย่างไร? ถึงแม้จะเกิดอาการบริเวณเปลือกตาเหมือนกันแต่มีสาเหตุต่างกัน คือเปลือกตาอักเสบเกิดจากหลายปัจจัย เช่น ต่อมไขมันผิดปกติ ภูมิแพ้ ไรขนตา มีอาการบวมทั้งเปลือกตาและโคนขนตา ส่วนตากุ้งยิงเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย อาการบวมแดงเป็นหัวหนอง มีทั้งแบบในและนอกเปลือกตา

ที่อยู่

ช่องทางติดต่อ

calling
ติดต่อเรา :