มุมสุขภาพตา : #ทำเลสิก

เรียงตาม

SMILE Pro 2.0 คืออะไร? ที่สุดของเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก แม่นยำด้วย AI (อัปเดตปี 2026)

SMILE Pro 2.0 คืออะไร? ที่สุดของเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก | ศูนย์เลสิก Laser Vision การตัดสินใจทำเลสิก เป็นเรื่องใหญ่สำหรับหลายคน ไม่ใช่แค่เรื่องอยากมองเห็นชัดขึ้น แต่รวมถึงความกังวลเรื่องความปลอดภัย ความเจ็บ และผลลัพธ์ในระยะยาว ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คำว่า เลสิกไร้ใบมีด ถูกค้นหามากขึ้นอย่างชัดเจน และชื่อที่มักถูกพูดถึงควบคู่กันก็คือ SMILE Pro SMILE Pro 2.0 คืออะไร? คำตอบของการทำเลสิกปี 2026 ที่คนค้นหามากที่สุด ในปี 2026 เทคโนโลยีนี้ได้พัฒนาไปอีกขั้นในชื่อ SMILE Pro 2.0 ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความแม่นยำ ลดความคลาดเคลื่อน และทำให้ผลลัพธ์การมองเห็นเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจตั้งแต่พื้นฐานเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมที่ Laser Vision เลือกนำเทคโนโลยี SMILE Pro มาใช้ในการแก้ไขปัญหาสายตาสั้นให้กับคนไข้ในปัจจุบัน การตัดสินในทำเลสิกเป็นเรื่องใหญ่สำหรับหลายคนไม่ใช่แค่เรื่องอยากมองเห็นชัด เลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก (No-Blade LASIK) คืออะไร? SMILE Pro เป็นการทำเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก (No-Blade LASIK) โดยใช้เลเซอร์ทุกขั้นตอน ไม่ต้องเปิดฝากระจกตาเหมือนเลสิกแบบเดิม แพทย์จะใช้เลเซอร์สร้างชิ้นเนื้อเลนส์เล็ก ๆ ภายในกระจกตา แล้วนำออกผ่านแผลขนาดประมาณ 2 มิลลิเมตร ด้วยแผลที่เล็กมาก ทำให้โครงสร้างกระจกตาถูกรบกวนน้อยลง หลายคนจึงรู้สึกฟื้นตัวเร็ว สบายตา และมีโอกาสเกิดอาการตาแห้งน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการทำเลสิกแบบเปิดฝากระจกตา ทำไม SMILE Pro ถึงเป็นเลสิกที่หลายคนเลือก เหตุผลสำคัญที่ทำให้ SMILE Pro ได้รับความนิยม คือความรู้สึกสบายใจตั้งแต่ก่อนทำ เพราะเป็นเลสิกที่ไม่ใช้ใบมีด และไม่ต้องเปิดฝากระจกตา รวมถึงตัวเครื่อง (VisuMax 800) ถูกออกแบบมาให้เปิดโล่ง เหมาะกับคนขี้กลัว หรือกลัวที่แคบ นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ ใช้เวลายิงเลเซอร์ เพียงแค่ 8 วินาทีต่อข้าง เหมาะกับคนที่กลัวการทำเลสิก แผลเล็ก ช่วยให้กระจกตาแข็งแรงในระยะยาว ลดโอกาสเกิดอาการตาแห้ง หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ค่อนข้างเร็ว SMILE Pro 2.0 ช่วยเพิ่มความแม่นยำได้อย่างไร หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของ SMILE Pro 2.0 คือการออกแบบระบบให้ทุกขั้นตอนเชื่อมต่อกันอย่างต่อเนื่อง ลดความคลาดเคลื่อน และเพิ่มความแม่นยำในการรักษาแบบเลสิกไร้ใบมีดอย่างเห็นได้ชัด 1. ข้อมูลส่งตรง ลดความผิดพลาดจากมนุษย์ (Seamless Data Transfer) ข้อมูลสายตาที่ได้จากการตรวจวัด จะถูกส่งเข้าสู่เครื่องเลเซอร์โดยตรงผ่านระบบของ ZEISS โดยไม่ต้องคีย์ข้อมูลซ้ำ ลดโอกาสเกิดความผิดพลาดจากการกรอกข้อมูล ทำให้แผนการรักษาตรงกับค่าสายตาจริงมากขึ้น ผลลัพธ์มีความสม่ำเสมอในทุกเคส 2. วางแผนการรักษาอย่างแม่นยำ ด้วยข้อมูลระดับโลก (Integrated Planning) ระบบจะนำข้อมูลสายตาของคนไข้มาวิเคราะห์ร่วมกับฐานข้อมูลขนาดใหญ่จากทั่วโลก ช่วยวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized Treatment) เพิ่มความแม่นยำในการแก้ไขสายตาเอียง โดยเฉพาะเคสที่ซับซ้อน ช่วยให้ผลลัพธ์หลังทำเลสิกมีความเสถียรและคมชัดมากขึ้น 3. ระบบช่วยเพิ่มความคมชัดระหว่างการรักษา (Precision Systems) SMILE Pro 2.0 มาพร้อมระบบอัจฉริยะที่ช่วยควบคุมความแม่นยำในระหว่างการยิงเลเซอร์ CentraLign® ช่วยจัดตำแหน่งการยิงเลเซอร์ให้ตรงกับจุดศูนย์กลางการมองเห็นจริง ไม่ใช่แค่ตำแหน่งรูม่านตา OcuLign® ช่วยชดเชยการหมุนของลูกตาแบบอัตโนมัติในระหว่างการรักษา ทำให้เลเซอร์ยิงได้ตรงตำแหน่งตลอดเวลา ขอบคุณภาพจากบริษัท Carl Zeiss Co., Ltd SMILE Pro 2.0 ต่างจากเทคโนโลยีเลสิกแผลเล็กแบบเดิมอย่างไร เทคโนโลยี ปีที่เปิดตัว เครื่องเลเซอร์ จุดเด่นสำคัญ ReLEx SMILE 2011 VisuMax 500 จุดเริ่มต้นเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก 2–3 มม. ไม่เปิดฝากระจกตา ใช้เวลา 23 วินาที/ข้าง SMILE Pro 2021 VisuMax 800 เลเซอร์ความเร็วสูง 2 MHz ใช้เวลาเพียง 8 วินาที / ข้าง พร้อมระบบจัดกึ่งกลางอัตโนมัติ SMILE Pro 2.0 2025 VisuMax 800 ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ เชื่อมต่อข้อมูล Cloud + Big Data เพิ่มความแม่นยำสูงสุดด้วย CentraLign® และ OcuLign® SMILE Pro 2.0 คือก้าวสำคัญของเลสิกแผลเล็ก ที่ผสาน ความเร็ว ความแม่นยำ และ มีระบบอัจฉริยะ AI-driven planning เข้าด้วยกัน ทำไมหลายคนเลือกทำ SMILE Pro 2.0 ที่ Laser Vision at Bangkok Eye Hospital นอกจากเทคโนโลยีแล้ว ความเชี่ยวชาญของแพทย์และมาตรฐานของโรงพยาบาลก็เป็นสิ่งสำคัญ ที่ Laser Vision at Bangkok Eye Hospital ทีมจักษุแพทย์มีประสบการณ์ดูแลคนไข้มากกว่า 100,000 ดวงตา ประสบการณ์รักษาคนไข้ทางด้านสายตามากกว่า 28 ปี และโรงพยาบาลยังผ่านการรับรองมาตรฐาน AACI จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านความปลอดภัยและคุณภาพการรักษาในระดับสากล การผสานระหว่างประสบการณ์ทางการแพทย์และเทคโนโลยี SMILE Pro 2.0 ทำให้คนไข้มั่นใจได้ว่า การทำเลสิกไม่ได้จบแค่เห็นชัด แต่ต้องปลอดภัยและดูแลได้ในระยะยาว Q : SMILE Pro 2.0 เหมาะกับใคร?A : เหมาะกับผู้ที่มีสายตาสั้นหรือสายตาเอียง และต้องการเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก ฟื้นตัวไว Q : ทำ SMILE Pro 2.0 เจ็บไหม?A : ระหว่างทำจะมีการหยอดยาชา คนไข้ส่วนใหญ่รู้สึกเพียงแรงกดเล็กน้อย และใช้เวลาไม่นาน Q : หลังทำต้องพักฟื้นนานแค่ไหน?A : ส่วนใหญ่สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ภายใน 1–2 วัน รับชมวีดีโอ SMILE Pro 2.0 *หากวิดีโอไม่แสดงผล คลิก ที่นี่ ถ้าคุณกำลังมองหาเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็กในปี 2026 การตรวจประเมินสายตาอย่างละเอียดกับจักษุแพทย์ จะช่วยให้รู้ว่า SMILE Pro 2.0 เหมาะกับคุณหรือไม่ และช่วยให้คุณเลือกวิธีการทำเลสิกได้อย่างสบายใจที่สุด ทำนัด / สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ 📞 Call Center : 02-511-2111 ADD LINE 🏥 โรงพยาบาลเปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 20.00 น. บทความโดย รศ.นพ. อนันต์ วงศ์ทองศรี ประธานกรรมการบริหาร (CEO) และจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระจกตาและการผ่าตัดแก้ไขสายตา (LASIK) ประสบการณ์ดูแลคนไข้มากกว่า 100,000 ดวงตา ประวัติแพทย์ นัดหมายปรึกษา
อ่านเพิ่มเติม

สายตาสั้นและยาวพร้อมกันคืออาการอะไร? พร้อมวิธีรักษาและป้องกัน

สายตาสั้นและยาวพร้อมกันคือภาวะที่มองใกล้และมองไกลไม่ชัดในคนสายตาสั้นที่เริ่มมีสายตายาวตามอายุ รักษาสายตาสั้นและยาวพร้อมกันได้ด้วยแว่น คอนแทคเลนส์ เลสิก หรือเลนส์แก้วตาเทียม ขึ้นกับคำแนะนำจักษุแพทย์ การเลือกวิธีรักษาสายตาสั้นและยาวพร้อมกันขึ้นอยู่กับสายตา อายุ ความหนากระจกตา และคำแนะนำของจักษุแพทย์ สายตาสั้นและยาวพร้อมกันเป็นภาวะที่พบได้ในผู้ใหญ่บางคน โดยเฉพาะเมื่อสายตาสั้นเริ่มมีสายตายาวตามอายุร่วมด้วย ทำให้การมองใกล้และไกลผิดปกติ ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น อ่านหนังสือ ทำงานหน้าจอ หรือขับรถ การเข้าใจสาเหตุและแนวทางการแก้ไขจึงช่วยให้สามารถเลือกวิธีดูแลและรักษาสายตาได้อย่างเหมาะสม ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ     สายตาสั้นและยาวพร้อมกันคืออะไร? สายตาสั้นและยาวพร้อมกัน ทำให้มองใกล้ไม่ชัดและมองไกลไม่ชัด สำหรับผู้ที่มีสายตาสั้นอยู่เดิม แว่นสายตาสั้นช่วยให้มองไกลชัดขึ้น แต่เมื่อเริ่มมีสายตายาวตามอายุร่วมด้วย แว่นสายตาสั้นเดิมจะเริ่มไม่เพียงพอในการมองใกล้ ทำให้ต้องปรับวิธีใช้หรือเปลี่ยนเลนส์เพื่อแก้ไขปัญหานี้   สำหรับคนที่มีภาวะสายตาสั้นอยู่แล้ว ปัญหานี้เกิดจาก "โครงสร้างทางกายภาพ" ของดวงตาที่มีความยาวของกระบอกตามากเกินปกติ หรือกระจกตามีความโค้งมากเกินไป ทำให้เมื่อแสงเดินทางเข้าสู่ดวงตา จุดโฟกัสของภาพจึงตกก่อนถึงจอประสาทตา ส่งผลให้มองเห็นวัตถุระยะไกลไม่ชัดเจน ซึ่งเป็นภาวะที่คงอยู่กับเรามาตั้งแต่วัยเด็กหรือวัยรุ่น   ในขณะที่สายตายาวตามอายุนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความสั้นหรือยาวของกระบอกตา แต่เป็นผลลัพธ์โดยตรงตามกาลเวลา เมื่ออายุเข้าสู่ช่วง 40 ปีขึ้นไป อวัยวะภายในดวงตาที่เรียกว่า "เลนส์ตา" (Crystalline Lens) ซึ่งเคยมีความยืดหยุ่นสูงเปรียบเสมือนเจลลี่ จะเริ่มเกิดการแข็งตัวตามธรรมชาติ ประกอบกับกล้ามเนื้อตาที่ทำหน้าที่ปรับโฟกัสเริ่มอ่อนแรงลง ทำให้ความสามารถในการ "ซูม" หรือปรับโฟกัสเพื่อมองระยะใกล้สูญเสียไป   เมื่อสองภาวะมาเจอกัน เหตุผลที่เราสามารถมีสายตาสั้นและสายตายาวตามอายุพร้อมกันได้ ก็เพราะความผิดปกติของโครงสร้าง (กระบอกตายาว) ยังคงอยู่เหมือนเดิม ในขณะที่ความเสื่อมตามวัย (เลนส์ตาแข็ง) ก็เข้ามาสมทบ   ผู้ที่มีปัญหานี้จึงตกอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก กล่าวคือ เมื่อมองไกล ภาพก็ยังคงเบลอเพราะค่าสายตาสั้นเดิมไม่ได้หายไปไหน แต่เมื่อสวมแว่นสายตาสั้นเพื่อแก้การมองไกล แล้วพยายามจะอ่านหนังสือหรือดูมือถือ กลับพบว่ามองไม่ชัดเช่นกัน เพราะเลนส์ตาที่เสื่อมสภาพไม่สามารถปรับโฟกัสสู้กับกำลังของเลนส์แว่นได้อีกต่อไป   อย่างไรก็ตามอาจมีข้อยกเว้นเล็กน้อยสำหรับผู้ที่มีสายตาสั้นน้อยๆ (เช่น ประมาณ -100 ถึง -200) ที่อาจรู้สึกว่าตนเองโชคดีกว่าคนอื่น เพราะเมื่อถอดแว่นสายตาสั้นออก จุดโฟกัสตามธรรมชาติของสายตาสั้นจะไปตกที่ระยะอ่านหนังสือพอดี ทำให้สามารถถอดแว่นเพื่ออ่านหนังสือได้โดยไม่ต้องพึ่งแว่นสายตายาว แต่หากเมื่อใดที่ใส่แว่นสายตาสั้นกลับเข้าไป อาการมองใกล้ไม่ชัดก็จะปรากฏขึ้นทันที     การแก้ไขและรักษาสายตาสั้นกับยาวพร้อมกัน การแก้ไขสายตาผสมจะเน้นไปที่การทำให้แสงที่เข้าสู่ดวงตาโฟกัสบนจอประสาทตาได้อย่างแม่นยำ ซึ่งมีหลากหลายวิธีให้เลือก โดยสามารถแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลักๆ ดังนี้   1. การแก้ไขด้วยอุปกรณ์ภายนอก สำหรับผู้ที่มีสายตาสั้นและยาวพร้อมกัน การใช้วิธีแก้ไขด้วยอุปกรณ์ภายนอกถือเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและง่ายต่อการปรับตัว ดังนี้   H4: แว่นตา Progressive  ทางเลือกที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบันและถือเป็นมาตรฐานใหม่ของคนวัยทำงาน คือ "เลนส์โปรเกรสซีฟ" (Progressive Lenses) หรือที่หลายคนเรียกว่าเลนส์ไร้รอยต่อ ความพิเศษของเลนส์ชนิดนี้คือการออกแบบโครงสร้างให้ค่าสายตาไล่ระดับจากบนลงล่างอย่างนุ่มนวล โดยส่วนบนของเลนส์จะทำหน้าที่แก้ไขสายตาสั้นเพื่อการมองไกล ไล่ระดับลงมาสู่ระยะกลางสำหรับดูหน้าจอคอมพิวเตอร์ และจบที่ส่วนล่างสุดสำหรับอ่านหนังสือหรือดูมือถือ    ข้อดีที่เห็นได้ชัดที่สุดคือผู้สวมใส่สามารถมองเห็นชัดได้ทุกระยะโดยไม่ต้องถอดเข้าถอดออก ที่สำคัญคือไม่มีเส้นขีดคั่นบนตัวเลนส์ ทำให้ดูเหมือนแว่นสายตาปกติ ช่วยรักษาภาพลักษณ์ให้ดูหนุ่มสาว ไม่ดูมีอายุเหมือนแว่นตารุ่นคุณปู่คุณย่าในอดีต แลกมากับการที่ผู้สวมใส่อาจต้องใช้เวลาปรับตัวในช่วงแรกเล็กน้อยเพื่อให้คุ้นชินกับมุมมองภาพด้านข้าง   H4: คอนแทคเลนส์ คอนแทคเลนส์มัลติโฟกัส (Multifocal Contact Lenses) เปรียบเสมือนฝาแฝดของแว่นโปรเกรสซีฟในรูปแบบคอนแทคเลนส์ โดยเลนส์ชนิดนี้ถูกออกแบบให้มีค่าสายตาหลายระยะซ้อนกันอยู่ภายในเลนส์ชิ้นเดียว มักมีลักษณะเป็นวงกลมซ้อนกันคล้ายเป้ายิงปืน (Concentric Rings) โดยอาจให้จุดกึ่งกลางเป็นระยะมองใกล้และวงรอบนอกเป็นระยะมองไกล หรือสลับกันตามแต่ดีไซน์ของผู้ผลิต   ความน่าทึ่งของเลนส์ชนิดนี้อยู่ที่การทำงานร่วมกับสมองครับ เพราะเมื่อเราสวมใส่ ภาพทั้งระยะใกล้และไกลจะถูกส่งเข้าสู่ดวงตาพร้อมๆ กัน สมองของเราจะเรียนรู้ที่จะเลือกโฟกัสภาพที่คมชัดที่สุดในขณะนั้นเองโดยอัตโนมัติ ข้อดีคือทำให้ผู้สวมใส่สามารถมองเห็นได้ทุกระยะโดยไม่ต้องพกแว่น แต่ก็อาจต้องแลกมาด้วยความคมชัดที่อาจลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับแว่นตา โดยเฉพาะในที่แสงน้อย และต้องอาศัยเวลาให้สมองปรับตัวในช่วงแรก   ทางเลือกที่สองคือเทคนิคที่เรียกว่า "โมโนวิชั่น" (Monovision) ซึ่งเป็นเทคนิคการปรับจูนสายตาที่แพทย์นิยมใช้มาอย่างยาวนาน หลักการของวิธีนี้คือการแบ่งหน้าที่ให้ดวงตาแต่ละข้างทำงานต่างกัน โดยแพทย์จะจ่ายคอนแทคเลนส์สำหรับแก้ไขสายตาสั้นเพื่อให้มองไกลในตาข้างที่ถนัด (Dominant Eye) และจ่ายคอนแทคเลนส์ที่มีค่าสายตาน้อยกว่า (หรือเผื่อค่าสายตายาว) เพื่อให้มองใกล้ในตาข้างที่ไม่ถนัด   เมื่อลืมตาพร้อมกันสองข้าง สมองจะทำหน้าที่ผสานภาพจากตาทั้งสองเข้าด้วยกัน ทำให้เราสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ทั้งขับรถและอ่านเมนูอาหารโดยไม่ต้องพึ่งแว่น วิธีนี้มีข้อดีคือค่าใช้จ่ายมักถูกกว่าแบบมัลติโฟกัสเพราะใช้เลนส์ธรรมดา แต่ข้อจำกัดสำคัญคือการกะระยะความลึก (Depth Perception) อาจลดประสิทธิภาพลง ทำให้การมองภาพ 3 มิติ หรือการกะระยะตอนขับรถในตอนกลางคืนอาจทำได้ยากขึ้นในบางคน   และสุดท้ายคือวิธีแบบผสมผสาน หรือ "การใส่คอนแทคเลนส์แก้สั้นร่วมกับแว่นอ่านหนังสือ" วิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความคมชัดสูงสุดในการมองไกล โดยจะใส่คอนแทคเลนส์เพื่อแก้ไขสายตาสั้นให้มองไกลชัดเป๊ะ 100% เหมือนคนตาปกติ แล้วพกแว่นอ่านหนังสือติดตัวไว้หยิบมาสวมทับเฉพาะเวลาที่ต้องเซ็นเอกสารหรืออ่านมือถือนานๆ แม้วิธีนี้จะไม่ช่วยให้เป็นอิสระจากแว่นตาอย่างสมบูรณ์ แต่ก็เป็นวิธีที่ให้คุณภาพการมองเห็นที่คมชัดที่สุดและประหยัดค่าใช้จ่ายที่สุด   การเลือกใช้คอนแทคเลนส์สำหรับภาวะนี้มีความซับซ้อนกว่าคอนแทคเลนส์ทั่วไปมาก ทั้งในแง่ของการวัดค่าสายตาและการปรับตัวของสมอง ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ควรได้รับการตรวจและทดลองเลนส์ภายใต้การดูแลของจักษุแพทย์หรือนักทัศนมาตร เพื่อค้นหาวิธีที่แมตช์กับไลฟ์สไตล์และดวงตาของคุณมากที่สุด   อย่างไรก็ตามอาจจะมีข้อเสียตรงที่คนไข้จะมีค่าใช้จ่ายในระยะยาวที่ค่อนข้างสูงและจะต้องระมัดระวังในการทำความสะอาดเป็นอย่างดี   2. การรักษาด้วยเลเซอร์ LASIK (Laser-Assisted in Situ Keratomileusis) เป็นการผ่าตัดแก้ไขค่าสายตาแบบถาวรที่ช่วยแก้ทั้ง สายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียง ขั้นตอนการผ่าตัดแบ่งเป็น 2 ขั้นตอนหลัก คือ การเปิดชั้นกระจกตาบางส่วน (Flap) และใช้เลเซอร์ปรับแต่งความโค้งของกระจกตา จากนั้นปิด Flap กลับเหมือนเดิม การผ่าตัดใช้เวลาไม่นาน มักฟื้นตัวเร็ว ผู้ป่วยส่วนใหญ่เห็นชัดขึ้นภายใน 24-48 ชั่วโมง หลังทำอาจมีอาการตาแห้ง แสงฟุ้งกระจาย หรือแสงจ้าในเวลากลางคืนชั่วคราว ซึ่งมักหายไปเมื่อผ่านช่วงปรับตัว   เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดการพึ่งพา แว่นตาและคอนแทคเลนส์ และมีกระจกตาหนาพอสมควร ส่วนผู้ที่มีปัญหาตาแห้งรุนแรง โรคตาเรื้อรัง หรือค่าสายตาเกินขอบเขตที่ LASIK ปลอดภัย แพทย์อาจแนะนำวิธีอื่น เช่น PRK หรือ การเปลี่ยนเลนส์แก้วตาเทียม (RLE)   3. การผ่าตัดใส่เลนส์แก้วตาเทียม RLE (Refractive Lens Exchange) เป็นการผ่าตัดเพื่อนำเลนส์แก้วตาธรรมชาติออกและแทนที่ด้วยเลนส์แก้วตาเทียม (Intraocular lens, IOL) RLE เหมาะสำหรับผู้ที่มีสายตาสั้นและยาวพร้อมกันแบบผิดปกติมาก หรือผู้ที่เริ่มมีภาวะสายตายาวตามวัย (Presbyopia) ร่วมด้วย ซึ่งเลนส์ IOL รุ่นใหม่สามารถแก้ไขได้ทั้งสายตาสั้น ยาว และสายตาเอียงได้ในครั้งเดียว     แนวทางในการตัดสินใจเลือกวิธีรักษา การเลือกวิธีแก้ไขสายตาสั้นและยาวพร้อมกันที่เหมาะสมที่สุดไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงความต้องการมองเห็นชัดเท่านั้น แต่ยังต้องพิจารณาหลายปัจจัยร่วมกัน สามารถพิจารณาได้จากปัจจัยดังนี้   ความต้องการและไลฟ์สไตล์ หากไม่ชอบการผ่าตัดและต้องการวิธีที่ง่ายที่สุด แว่นตาหรือคอนแทคเลนส์คือคำตอบ แต่ถ้าต้องการการแก้ไขที่ถาวร การทำเลสิกหรือ RLE อาจเป็นทางเลือกที่ดี สุขภาพตาโดยรวม ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตาอย่างละเอียด แพทย์จะประเมินความหนาของกระจกตา สภาพของจอประสาทตา และภาวะอื่นๆ เพื่อแนะนำวิธีที่ปลอดภัยและเหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ ค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายของแต่ละวิธีแตกต่างกันมาก การผ่าตัดด้วยเลเซอร์หรือ RLE มักจะมีราคาสูงกว่าการใช้แว่นตาหรือคอนแทคเลนส์ในระยะสั้น ผลลัพธ์และความคาดหวัง สิ่งสำคัญคือต้องมีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับผลลัพธ์ที่คาดหวังได้จากการรักษาแต่ละวิธี การทำเลเซอร์อาจลดความจำเป็นในการใส่แว่นตาได้ แต่บางครั้งก็อาจยังต้องใช้แว่นอ่านหนังสือในบางสถานการณ์     รักษาสายตาสั้นและยาวพร้อมกันที่ศูนย์เลสิก LASER VISION Bangkok Eye Hospital ดีอย่างไร Bangkok Eye Hospital มุ่งให้บริการดูแลดวงตาอย่างครบวงจร ด้วยเทคโนโลยีทันสมัยที่ศูนย์เลสิก LASER VISION และจักษุแพทย์มากประสบการณ์ พร้อมตรวจวินิจฉัยและรักษาสายตาสั้น สายตายาว และปัญหาสายตาอื่นๆ อย่างแม่นยำ ตั้งแต่การวินิจฉัย การรักษา จนถึงการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง โรงพยาบาลเน้นการให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด แนะนำแนวทางการรักษาที่เหมาะสม และสร้างบรรยากาศเป็นกันเอง เพื่อให้ผู้มารับบริการมั่นใจและได้รับการดูแลดวงตาอย่างปลอดภัยครบวงจร   สรุป สายตาสั้นและยาวพร้อมกันเกิดขึ้นเมื่อผู้ที่มีสายตาสั้นเริ่มมีภาวะสายตายาวตามวัย ทำให้มองใกล้และมองไกลไม่ชัด แว่นสายตาสั้นที่เคยใส่ประจำอาจช่วยระยะไกลได้ แต่ระยะใกล้เริ่มมีปัญหา การแก้ไขสามารถทำได้ทั้งด้วยอุปกรณ์ภายนอก เช่น แว่นตาและคอนแทคเลนส์ หรือวิธีถาวรอย่างเลสิกและการผ่าตัดใส่เลนส์แก้วตาเทียม การเลือกวิธีที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับค่าสายตา อายุ สุขภาพดวงตา และไลฟ์สไตล์ของผู้ป่วย เพื่อลดความจำเป็นในการพึ่งพาแว่นหรือคอนแทคต์เลนส์ และคืนคุณภาพชีวิตในการมองเห็น มาตรวจและรักษาที่ Bangkok Eye Hospital (โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ) มีเครื่องมือครบครัน พร้อมจักษุแพทย์และศูนย์ดูแลโรคตาเฉพาะทาง   อ่านบทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เข้าใจค่าสายตาแบบต่างๆ และผลกระทบต่อการมองเห็นในชีวิตประจำวัน PRK และ LASIK คืออะไร? เทคนิคการผ่าตัดสายตาที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ FemtoLASIK เทคโนโลยีล้ำสมัย การผ่าตัดสายตาที่ปลอดภัย แม่นยำกว่า คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสายตาสั้นและยาวพร้อมกัน (FAQ) สำหรับผู้ที่มีสายตาสั้นและยาวพร้อมกัน มักมีคำถามและข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการและการแก้ไข เพื่อช่วยให้เข้าใจภาวะนี้และเลือกวิธีดูแลสายตาได้อย่างเหมาะสม เราได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยไว้ดังนี้   สายตาสั้นและยาวพร้อมกัน ทำเลสิกได้ไหม  ผู้ที่มีสายตาสั้นและยาวพร้อมกันสามารถทำเลสิกได้ แต่ต้องประเมินความหนาของกระจกตาและความเหมาะสมกับวิธีผ่าตัดโดยจักษุแพทย์ก่อน เพราะบางกรณีอาจต้องใช้วิธีแก้ไขสายตาแบบอื่น เช่น เลนส์แก้วตาเทียม เพื่อให้ผลลัพธ์ปลอดภัยและแม่นยำที่สุด   คอนแทคเลนส์ของคนสายตาสั้นและยาวพร้อมกัน เลือกอย่างไร สำหรับคนที่มีสายตาสั้นและยาวพร้อมกัน การเลือกคอนแทคเลนส์ต้องพิจารณาประเภทเลนส์ให้เหมาะกับการมองทั้งใกล้และไกล โดยทั่วไปสามารถเลือกใช้เลนส์มัลติโฟกัส (Multifocal Contact Lens) หรือ เลนส์โปรเกรสซีฟ (Progressive Contact Lens) ซึ่งออกแบบให้โฟกัสภาพหลายระยะได้ หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาจักษุแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านคอนแทคเลนส์เพื่อให้เลือกชนิดและกำลังเลนส์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับดวงตาของคุณ   สายตาสั้นและยาวพร้อมกัน อาการเป็นอย่างไร สายตาสั้นและยาวพร้อมกัน ทำให้เกิดอาการมองใกล้ไม่ชัด มองไกลก็ไม่ชัด โดยผู้ที่เคยใส่แว่นสายตาสั้นอาจพบว่าแว่นเดิมช่วยมองไกลได้ดี แต่เมื่อมีสายตายาวตามวัยร่วมด้วย จะมองใกล้ เช่น อ่านหนังสือหรือใช้โทรศัพท์ ไม่ชัด ต้องถอดแว่นหรือปรับสายตาเพื่อมองภาพใกล้ให้ชัดขึ้น

เลสิกสำหรับนักแบดมินตัน เพิ่มความคมชัดเพื่อชัยชนะทุกคอร์ต | Bangkok Eye Hospital

เลสิกสำหรับนักแบดมินตัน: พลิกเกมด้วยสายตาที่คมชัดกว่า 🏸 “พริบตาเดียวบนคอร์ต อาจเปลี่ยนชัยชนะเป็นความพลาด” การเล่นแบดมินตันไม่ได้อาศัยเพียงแค่พละกำลังหรือความเร็ว แต่หัวใจสำคัญคือ การมองเห็นที่แม่นยำและรวดเร็ว เพื่อการ "อ่านเกม อ่านลูก และอ่านทางคู่แข่ง" ได้เหนือกว่าใคร! อุปสรรคทางสายตาที่นักกีฬาต้องเจอ เคยไหมที่ต้องมัวดันแว่นระหว่างการแข่งขัน? หรือกังวลว่าคอนแทคเลนส์จะหลุดกลางเกม? ปัญหาเหล่านี้อาจทำให้คุณเสียสมาธิและพลาดจังหวะสำคัญในเสี้ยววินาที... ซึ่งอาจหมายถึงการเสียคะแนนหรือพลาดชัยชนะไปอย่างน่าเสียดาย LASIK: คำตอบสำหรับนักกีฬายุคใหม่ การทำเลสิก (LASIK) คือทางเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับนักกีฬาแบดมินตันและผู้ที่รักการออกกำลังกายทุกคน ช่วยปลดล็อกศักยภาพของคุณให้เหนือกว่าเดิม สายตาคมชัด: โฟกัสการเคลื่อนไหวของลูกขนไก่ได้ดีขึ้น คล่องตัวทุกการเคลื่อนไหว: ไม่ต้องกังวลเรื่องแว่นหรือคอนแทคเลนส์ มั่นใจในทุกช็อต: ทั้งลูกตบ ลูกหยอด หรือลูกตัด เมื่อไร้กังวลเรื่องสายตา คุณจะสามารถโฟกัสที่เกมการแข่งขันได้อย่างเต็มที่ เพราะการมองเห็นที่ดี ไม่ได้แค่ทำให้เล่นดีขึ้น แต่ทำให้คุณ “มั่นใจในทุกการเคลื่อนไหว” ปรึกษาการทำเลสิกสำหรับนักกีฬา ดวงตามีคู่เดียว มั่นใจให้แพทย์เฉพาะทางดูแล ที่ Laser Vision at Bangkok Eye Hospital เลียบทางด่วนรามอินทรา โทรเลย: 02-511-2111 #LASERVISION #SMILEPro #LASIK #BangkokEyeHospital #เลสิกไร้ใบมีด #LASIKForSport #Badminton #กีฬาแบดมินตัน

Laser Vision: ปลดล็อกศักยภาพนักกอล์ฟ ด้วยเลสิก (LASIK) และ SMILE Pro

กอล์ฟ คือ เกมของการโฟกัส 🏌️‍♂️ เล่นกอล์ฟเก่งแค่ไหน ถ้ามองไม่ชัด… ก็พลาดได้ง่าย ๆ การทำเลสิก ไม่ได้แค่ช่วยให้คุณมองชัดขึ้นแต่ช่วย “ยกระดับเกม” ของคุณไปอีกขั้น ไม่ต้องเล็งผ่านเลนส์ ไม่ต้องพะวงแว่นหลุด เห็นธงชัดตั้งแต่ระยะ 200 หลา เล่นได้มั่นใจ โฟกัสได้เต็มที่ในทุกหลุม อย่าปล่อยให้สายตาเป็นอุปสรรคของวงสวิง ยกระดับเกมกอล์ฟของคุณวันนี้ 📍 Laser Vision at Bangkok Eye Hospital เลียบทางด่วนรามอินทรา ดวงตามีคู่เดียว มั่นใจให้แพทย์เฉพาะทางดูแล ปรึกษาการทำเลสิกสอบถามได้ที่ 02-511-2111 #LASERVISION #SMILEPro #LASIK #smarteyehospital #BangkokEyeHospital #QualityEyeCare #BestVisionBestVersion #GolfVision #LASIKForGolfers
ศูนย์เลสิก LASER VISION

เลสิก (LASIK) คืออะไร? ขั้นตอน ข้อดี และการดูแลหลังทำ แก้ไขปัญหาสายตาให้มองเห็นชัดเจน |Bangkok Eye Hospital

เลสิก หรือ LASIK คือการผ่าตัดแก้ไขสายตาด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์ที่ทันสมัยด้วยการยิงเลเซอร์ที่กระจกตา ช่วยคืนการมองเห็นให้กลับมาเป็นปกติได้ การทำเลสิก สามารถแก้ไขปัญหาสายตาได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง และสายตาสั้นร่วมกับสายตายาวตามวัย เลสิกตามีหลายประเภท เลือกได้ตามความเหมาะสม ได้แก่ PRK เลสิกแบบใบมีด เฟมโตเลสิก เลสิกแบบไร้ใบมีด เลสิกไร้ใบมีดสำหรับสายตายาวตามอายุ และเลสิกแบบแผลเล็ก ทำเลสิกที่ ศูนย์เลเซอร์วิชั่น Bangkok Eye Hospital (โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ) ที่นี่ให้บริการด้วยจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มีเทคโนโลยีเลสิกที่ทันสมัยและหลากหลาย เลือกได้ตามความเหมาะสม โรงพยาบาลสะอาด ได้มาตรฐาน มั่นใจได้ในความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ   ในปัจจุบัน ปัญหาสายตาเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันและการทำงาน ดังนั้นการทำเลสิกจึงเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาสายตาอย่างถาวร   บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับเทคโนโลยีการผ่าตัดเลสิกที่มีหลากหลายประเภท พร้อมรวบรวมข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมก่อนเข้ารับการรักษา รวมถึงวิธีการดูแลตัวเองหลังการผ่าตัด เพื่อให้คุณได้ผลลัพธ์การรักษาที่ดีที่สุดและสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข โดยไม่ต้องพึ่งพาแว่นสายตาหรือคอนแท็กต์เลนส์อีกต่อไป     การทำเลสิก (LASIK) คืออะไร? การทำเลสิก (LASIK หรือ Laser In Situ Keratomileusis) เป็นวิธีการผ่าตัดแก้ไขสายตาด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์ที่ทันสมัย ซึ่งชื่อนี้ใช้เรียกโดยรวมสำหรับการปรับค่าสายตาด้วยการยิงเลเซอร์ที่กระจกตา โดยจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะใช้เลเซอร์เจียระไนกระจกตาให้ได้ความโค้งที่เหมาะสม เปรียบเสมือนการปรับแต่งเลนส์ให้มีความโค้งที่พอดี ส่งผลให้แสงตกกระทบจอประสาทตาได้อย่างถูกต้อง ทำให้การมองเห็นชัดเจนขึ้นโดยธรรมชาติ     เลสิกตารักษาสายตาผิดปกติอะไรบ้าง การทำเลสิกในปัจจุบันสามารถแก้ไขปัญหาสายตาผิดปกติได้หลายรูปแบบ โดยแต่ละอาการมีสาเหตุและลักษณะที่แตกต่างกัน ดังนี้ สายตาสั้น (Myopia)เป็นภาวะที่คนไข้มองเห็นวัตถุที่อยู่ไกลไม่ชัด แต่จะมองเห็นวัตถุที่อยู่ใกล้ได้ชัดเจน สาเหตุเกิดจากกระจกตาที่โค้งมากเกินไป หรือกระบอกตายาวเกินไป ทำให้ภาพตกกระทบก่อนถึงจอประสาทตา สายตายาว (Hyperopia)เป็นอาการที่คนไข้มองเห็นวัตถุที่อยู่ใกล้ได้ไม่ชัด ซึ่งมีสาเหตุมาจากกระจกตาโค้งน้อยกว่าปกติ (แบน) หรือกระบอกตาสั้นเกินไป นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นสายตายาวตามวัย มักเกิดจากกล้ามเนื้อตาที่เสื่อมสภาพลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น สายตาเอียง (Astigmatism)เป็นภาวะที่คนไข้มองเห็นภาพไม่ชัดเจน เนื่องจากมีการหักเหของแสงที่ตกกระทบโฟกัสที่จอประสาทตาไม่สม่ำเสมอในระนาบเดียวกัน ส่งผลให้มองเห็นภาพบิดเบี้ยวหรือไม่คมชัด สายตาสั้นร่วมกับสายตายาวตามวัยเป็นภาวะที่เกิดจากการที่คนไข้มีสายตาสั้นอยู่แล้ว (กระจกตาโค้งเกินไปหรือกระบอกตายาวเกินไป) และเมื่อมีอายุมากขึ้น กล้ามเนื้อที่ใช้หักเหแสงของกระจกตาเริ่มเสื่อมลง จึงไม่มีกำลังมากพอที่จะบีบกระจกตาให้โป่งออกเป็นเลนส์นูนได้เหมือนเดิม ทำให้มีปัญหาทั้งการมองระยะไกลและระยะใกล้ ซึ่งการทำเลสิกก็สามารถช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้เช่นกัน     ประเภทของเลสิกตา ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทางการแพทย์ ทำให้การทำเลสิกมีหลากหลายรูปแบบให้เลือกตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล โดยแต่ละประเภทมีข้อดีและข้อจำกัดที่แตกต่างกันไป ดังนี้ เฟมโตเลสิก (FemtoLASIK) เป็นนวัตกรรมการรักษาสายตา ด้วยการใช้เทคโนโลยีเลเซอร์สองระบบที่ทำงานร่วมกัน ระบบแรกคือ Femtosecond Laser เพื่อเตรียมชั้นกระจกตา และตามด้วย Excimer Laser ที่ทำหน้าที่ปรับแต่งเนื้อกระจกตาให้ได้รูปทรงที่เหมาะสม การผ่าตัดใช้เวลาประมาณ 30 นาที โดยค่าใช้จ่าย Lasik ราคาประมาณ 118,000 บาท เป็นต้นไป ขึ้นอยู่กับดวงตาเงื่อนไขสุขภาพดวงตาของแต่ละท่าน ข้อดีและจุดเด่น แก้ไขปัญหาสายตาได้อย่างครอบคลุม ตั้งแต่สายตาสั้นระดับสูง สายตายาว และอาการเอียง การใช้เลเซอร์ทั้งระบบช่วยเพิ่มความแม่นยำในการรักษา ผู้ป่วยรู้สึกสบายตัวระหว่างการรักษา เนื่องจากใช้เพียงยาชาชนิดหยอด ระยะเวลาการฟื้นตัวรวดเร็ว ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติในเวลาไม่นาน มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนต่ำ เนื่องจากไม่ใช้เครื่องมือกล ข้อจำกัดและสิ่งที่ควรระวัง อาจพบรอยเปลี่ยนแปลงบริเวณผิวกระจกตา แต่จะค่อย ๆ ดีขึ้นตามเวลา ต้องระมัดระวังการกระแทกบริเวณตาในช่วงแรก เพื่อป้องกันปัญหาแทรกซ้อน อาจพบอาการตาแห้งในระยะแรกมากกว่าการผ่าตัดบางประเภท คนที่เหมาะกับเลสิกประเภทนี้ ผู้ที่มีข้อจำกัดทางกายภาพของดวงตา เช่น กระจกตาบาง หรือเปลือกตาแคบ ผู้ที่ต้องการความมั่นใจสูงสุดในเรื่องความปลอดภัย ผู้ที่พร้อมลงทุนเพื่อเทคโนโลยีที่ทันสมัยและผลลัพธ์ที่แม่นยำ   เลสิกแบบไร้ใบมีด (NanoLASIK) เป็นการพัฒนาต่อยอดจากเทคโนโลยีFemtoLASIKโดยใช้เครื่อง Femtosecond Laser Ziemer FEMTO Z8 รุ่นใหม่ที่มีความละเอียดสูงและใช้พลังงานระดับนาโนจูล ในการแยกชั้นกระจกตา ก่อนใช้ Excimer Laser ปรับแต่งความโค้งของกระจกตาตามค่าสายตาที่ออกแบบไว้ การทำเลสิกประเภทนี้ใช้เลเซอร์ในทุกขั้นตอนโดยไม่ต้องใช้ใบมีด จึงมีความแม่นยำและความปลอดภัยสูง ข้อดีและจุดเด่น แยกชั้นกระจกตาด้วยเลเซอร์พลังงานต่ำระดับนาโนจูล ทำให้แผลหายเร็วและลดอาการข้างเคียง เช่น แสบตา ตาบวม มีระบบสแกนลายม่านตาที่แม่นยำสูง สามารถติดตามการเคลื่อนไหวของลูกตาได้ถึง 1,050 ครั้งต่อวินาที ใน 6 ทิศทาง มีโปรแกรมการรักษาที่ประหยัดเนื้อกระจกตา และปรับให้เข้ากับสภาพตาแต่ละบุคคล เหมาะสำหรับผู้ที่มีสายตาสั้นมาก ใช้เทคโนโลยี Optimized Aspheric ที่รักษาความโค้งของกระจกตาให้เป็นธรรมชาติ ช่วยลดแสงกระจายในเวลากลางคืน ข้อจำกัดและสิ่งที่ควรระวัง ขึ้นอยู่กับความเชี่ยวชาญของแพทย์ในการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ต้องผ่านการประเมินและวางแผนการรักษาอย่างละเอียด มีข้อจำกัดในการรักษาตามสภาพตาของแต่ละบุคคล คนที่เหมาะกับเลสิกประเภทนี้ ผู้ที่มีสายตาสั้นมากและต้องการรักษาด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด ผู้ที่ต้องการความปลอดภัยสูงสุดและมีความกังวลเรื่องการใช้ใบมีด ผู้ที่ต้องการลดอาการข้างเคียงและระยะเวลาการฟื้นตัว ผู้ที่มีปัญหาเรื่องแสงรบกวนในเวลากลางคืนและต้องการผลการรักษาที่เป็นธรรมชาติ เลสิกไร้ใบมีดสำหรับสายตายาวตามอายุ (Nano NV LASIK) Nano NV LASIKเป็นนวัตกรรมเลสิกที่พัฒนาต่อยอดจากเทคโนโลยีNanoLASIKที่โดดเด่นด้วยการรักษาสายตายาวตามวัย (Presbyopia) ร่วมกับสายตาผิดปกติอื่น ๆ ด้วยหลักการ Blended Vision โดยปรับให้ตาแต่ละข้างมีความสามารถในการมองเห็นที่ต่างกัน ทำให้สามารถมองเห็นได้ทั้งระยะใกล้และไกลได้อย่างเป็นธรรมชาติ วิธีนี้ใช้เลเซอร์ Femtosecond Ziemer FEMTO Z8 รุ่นใหม่ที่มีความเร็วสูงและพลังงานระดับนาโนจูล ช่วยแยกชั้นกระจกตาได้อย่างแม่นยำและปลอดภัย ข้อดีและจุดเด่น เทคโนโลยี Blended Vision ปรับสมดุลการมองเห็นของตาทั้งสองข้าง เพื่อให้มองเห็นได้ครบทุกระยะ เลเซอร์พลังงานระดับนาโนจูลช่วยลดการรบกวนเนื้อกระจกตา ทำให้แผลหายเร็วและลดอาการข้างเคียง เช่น แสบตา ตาบวม มีระบบสแกนลายม่านตาที่ทันสมัย สามารถติดตามการเคลื่อนไหวของลูกตาได้ถึง 1,050 ครั้งต่อวินาที ใน 6 ทิศทาง ทำให้การยิงเลเซอร์แม่นยำแม้มีการกลอกตา โปรแกรม Optimized Aspheric ช่วยรักษารูปทรงของกระจกตาให้เป็นธรรมชาติ ลดปัญหาแสงกระจายในเวลากลางคืน ข้อจำกัดและสิ่งที่ควรระวัง อาจทำให้ความคมชัดของภาพลดน้อยลงบ้าง โดยเฉพาะในงานที่ต้องการความละเอียดมาก เช่น งานเย็บปักถักร้อย สำหรับผู้ที่ต้องการความคมชัดมาก ๆ เช่น นักกีฬา หรือผู้ที่ต้องทำงานระยะใกล้เป็นประจำ อาจต้องเลือกวิธีการรักษาแบบให้ตาทั้งสองข้างมองไกลชัดเจน และใช้แว่นสำหรับอ่านหนังสือเมื่อต้องทำงานระยะใกล้ ในกรณีที่ไม่สามารถปรับตัวกับการรักษาได้ อาจต้องทำการเติมเลเซอร์เพิ่มเติม เพื่อปรับให้สามารถมองเห็นชัดในระยะไกลทั้งสองข้าง คนที่เหมาะกับเลสิกประเภทนี้ ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปที่มีปัญหาสายตายาวตามวัยร่วมกับสายตาผิดปกติอื่น ๆ ผู้ที่ต้องการความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวัน โดยไม่ต้องพึ่งพาแว่นหลายคู่ ผู้ที่ประกอบอาชีพที่ต้องมองทั้งระยะใกล้และไกล แต่ไม่ได้ต้องการความคมชัดสูงมาก ผู้ที่มีความเข้าใจในข้อจำกัดของการรักษาและพร้อมให้เวลากับการปรับตัวในช่วงแรก   เลสิกแบบแผลเล็ก (NanoRelex) NanoRelexเป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดในการผ่าตัดเลสิกที่ใช้เทคโนโลยี Femtosecond Laser ร่วมกับระบบ AI ในการรักษาสายตาสั้น เอียง และสายตายาว โดยใช้เลเซอร์พลังงานระดับนาโนจูลสร้างแผลขนาดเล็กเพียง 2-3 มิลลิเมตร พร้อมระบบ OCT Scan ที่ช่วยให้แพทย์มองเห็นชั้นกระจกตาได้แบบ Real-Time ขณะผ่าตัด และสามารถปรับแต่งเนื้อเยื่อภายในชั้น Stroma ของกระจกตาด้วยการคำนวณชิ้นเนื้อกระจกตาแบบ 3 มิติ ตามค่าสายตาของแต่ละบุคคล ข้อดีและจุดเด่น ใช้เลเซอร์พลังงานระดับนาโนจูล ทำให้ไม่รู้สึกเจ็บขณะผ่าตัด มีระบบ AI และกล้อง OCT Scan ช่วยในการวิเคราะห์และเพิ่มความแม่นยำในการรักษา แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กเพียง 2-3 มิลลิเมตร ใช้ระยะเวลาผ่าตัดสั้น ลดอาการตาแห้งและการเคืองตาหลังการรักษา กระจกตายังคงรูปร่างและความแข็งแรง ทำให้แผลหายเร็ว ข้อจำกัดและสิ่งที่ควรระวัง แก้ปัญหาสายตายาว สายตาเอียงได้ แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาสายตายาว หลังทำ 1-2 สัปดาห์อาจมีอาการมองเห็นเป็นหมอก แต่อาการจะดีขึ้นเอง คนที่เหมาะกับเลสิกประเภทนี้ ผู้ที่มีปัญหาสายตาสั้น เอียง ผู้ที่ต้องการความแม่นยำในการรักษาสูง ผู้ที่มีเวลาพักฟื้นน้อย     การเตรียมตัวก่อนทำเลสิกตา เพื่อให้การผ่าตัดเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย ผู้เข้ารับการทำเลสิกควรปฏิบัติตามคำแนะนำ ดังนี้ งดใส่คอนแท็กต์เลนส์ก่อนวันผ่าตัด ทำความสะอาดร่างกาย ล้างหน้า และสระผมในวันผ่าตัด งดแต่งหน้าในวันที่ทำการผ่าตัด สวมเสื้อผ้าที่ติดกระดุมด้านหน้าเพื่อความสะดวกในการเปลี่ยน งดใช้น้ำหอมหรือสเปรย์ดับกลิ่นทุกชนิด งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แจ้งประวัติการใช้ยาประจำให้จักษุแพทย์ทราบ เพื่อพิจารณาว่าต้องหยุดยาหรือไม่ ควรมีผู้ติดตามมาด้วยในวันผ่าตัด และไม่ควรขับรถมาเอง เพื่อความสะดวกและปลอดภัย     สิ่งที่ห้ามทำหลังจากทำเลสิกตา เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น หลังการทำเลสิกผู้ป่วยควรปฏิบัติตามคำแนะนำในการดูแลตนเอง ดังนี้ ห้ามขยี้ตาเด็ดขาด หากรู้สึกคัน ให้ล้างมือให้สะอาดและใช้นิ้วชี้แตะเบา ๆ ที่หัวตาหรือหางตาแทน ห้ามล้างหน้าหรือให้น้ำเข้าตา ห้ามว่ายน้ำหรือดำน้ำ งดการแต่งหน้าบริเวณรอบดวงตา หยอดยาตามที่จักษุแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ใส่ฝาครอบตาก่อนนอนให้ครบ 1 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการขยี้ตาโดยไม่รู้ตัว หากต้องใช้สายตามาก ควรพักสายตาเป็นระยะ ใครที่ไม่สามารถทำเลสิกตาได้ ผู้ที่มีสายตาสั้นเกิน 1,400 ไม่ควรทำเลสิก เนื่องจากอาจพบข้อจำกัดในการรักษาที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพและความปลอดภัย นอกจากนี้ ผู้ที่มีความผิดปกติของกระจกตา เช่น กระจกตาบางหรือหนาเกินไป ก็อาจไม่เหมาะสมกับการทำเลสิก ดังนั้น การตรวจประเมินสภาพดวงตาอย่างละเอียดโดยจักษุแพทย์และขอคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการรักษาที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ทำเลสิกที่ศูนย์เลเซอร์วิชชั่น Bangkok Eye Hospital (โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ) ดีอย่างไร หากต้องการทำเลสิก แนะนำให้เข้ามาปรึกษาและรักษาอาการเหล่านี้ได้ที่ศูนย์เลเซอร์วิชั่น Bangkok Eye Hospitalที่นี่โดดเด่นด้านการรักษาอาการผิดปกติเกี่ยวกับดวงตา ด้วยทีมจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มีจุดเด่นดังนี้   โรงพยาบาลมีทีมจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มากประสบการณ์ พร้อมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับอาการผิดปกติ และแนะนำแนวทางการรักษาที่เหมาะสม เทคโนโลยีสำหรับการรักษาดวงตาสมัยใหม่ เครื่องมือได้มาตรฐานระดับสากล เพื่อการรักษาดวงตาอย่างแม่นยำและปลอดภัย พร้อมให้การรักษาอย่างครบวงจร ตั้งแต่การวินิจฉัย การรักษา ไปจนถึงการติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ ใส่ใจในการบริการ พร้อมบรรยากาศของโรงพยาบาลที่เป็นกันเอง สรุป ในปัจจุบัน การทำเลสิกถือเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับผู้ที่มีปัญหาสายตาผิดปกติ เนื่องจากมีเทคโนโลยีที่หลากหลายให้เลือกใช้ โดยเริ่มตั้งแต่วิธีดั้งเดิมอย่าง PRK และ LASIK ไปจนถึงนวัตกรรมล่าสุดอย่างSMILE Pro, NanoRelex และ Nano NV LASIK ทำให้ผู้ป่วยสามารถเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับสภาพสายตาและความต้องการของตนเอง เพื่อให้กลับมามองเห็นได้ชัดเจนโดยไม่ต้องพึ่งพาแว่นสายตาอีกต่อไป เข้ามาทำเลสิกรักษาอาการสายตาสั้น ยาว เอียง ได้ที่ศูนย์เลเซอร์วิชั่น Bangkok Eye Hospital (โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ)ที่นี่ให้บริการโดยจักษุแพทย์มากความสามารถ มีความเชี่ยวชาญและประสบการณืด้านการรักษาดวงตาอย่างยาวนาน ที่นี่มีเทคโนโลยีการทำเลสิกที่ทันสมัย มั่นใจได้ในความปลอดภัยและผลลัพธ์หลังการรักษา
ศูนย์เลสิก LASER VISION

สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจทำเลสิกและขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนทำเลสิก

ข้อดีของเลสิก ได้แก่ การมองเห็นที่ชัดเจนถาวร ไม่ต้องพึ่งพาแว่นตาหรือคอนแท็กต์เลนส์ ชีวิตหลังเลสิกคล่องตัวมากขึ้น โอกาสลดการเกิดอุบัติเหตุจากการมองเห็นที่ดีขึ้น ข้อจำกัดของเลสิก ได้แก่ ไม่สามารถทำได้สำหรับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีโรคเบาหวาน สะเก็ดเงิน หรือโรคต้อหิน ต้องงดใส่คอนแท็กต์เลนส์ก่อนการตรวจและผ่าตัด รวมถึงอาจมีอาการตาแห้งในบางกรณี การเตรียมตัวก่อนทำเลสิก ได้แก่ งดใส่คอนแท็กต์เลนส์ก่อนการตรวจและผ่าตัด งดน้ำหอมและเครื่องสำอางบริเวณรอบดวงตาก่อนวันผ่าตัด ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับยาที่ใช้เป็นประจำ จัดเตรียมแว่นกันแดดไว้ใส่หลังผ่าตัด ทำเลสิกที่Bangkok Eye Hospital (โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ)มีจักษุแพทย์และเทคโนโลยีล้ำสมัยในการดูแลรักษาสายตาอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย รวมถึงการบริการที่ครบวงจรและการดูแลหลังการผ่าตัดที่ดี   การทำเลสิกคือการผ่าตัดเพื่อแก้ไขปัญหาสายตา เช่น สายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง โดยใช้เลเซอร์ปรับรูปทรงกระจกตาให้แสงตกกระทบจุดรับภาพอย่างแม่นยำ ก่อนทำเลสิกควรเตรียมตัวให้พร้อมและตัดสินใจอย่างรอบคอบว่าจะทำเลสิกที่ไหนดี เพื่อผลลัพธ์การรักษาที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ     รู้จักกับการทำเลสิกก่อน เลสิก(LASIK) หรือ Laser in Situ Keratomileusis เป็นเทคโนโลยีการผ่าตัดเพื่อแก้ไขปัญหาสายตาที่ผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง โดยใช้เอ็กไซเมอร์เลเซอร์ (Excimer Laser) ซึ่งเป็นเลเซอร์ที่มีความยาวคลื่นสั้นในระดับอัลตราไวโอเลต มีคุณสมบัติเฉพาะที่ทำปฏิกิริยากับพื้นผิวที่สัมผัสโดยตรง โดยไม่กระจายออกด้านข้างหรือทะลุผ่านเข้าไปในลูกตา จึงมีความปลอดภัยและแม่นยำสูง หากคุณสงสัยว่าควรเตรียมตัวก่อนทำเลสิกอย่างไร และเลสิกมีกี่แบบ คำตอบคือเลสิกแบ่งออกเป็น 7 แบบ ดังนี้ Photorefractive Keratectomyวิธีนี้ไม่แยกชั้นกระจกตา แต่ลอกผิวกระจกตาชั้นนอกสุดออกก่อน จากนั้นใช้เอ็กไซเมอร์เลเซอร์ (Excimer Laser) ปรับความโค้งของกระจกตา และปิดกระจกตาด้วยคอนแท็กต์เลนส์เพื่อช่วยลดอาการระคายเคือง MicrokeratomeLASIKเทคนิคนี้ใช้ใบมีดขนาดเล็กเปิดฝากระจกตา จากนั้นใช้เอ็กไซเมอร์เลเซอร์ ปรับความโค้งของกระจกตาให้ได้ค่าสายตาที่ต้องการ แล้วปิดกระจกตากลับเข้าที่ Bladeless FemtoLASIKเทคนิคนี้ใช้เลเซอร์ Femtosecond Laser ในการเปิดฝากระจกตา และปรับความโค้งด้วยเอ็กไซเมอร์เลเซอร์โดยไม่ต้องใช้ใบมีด ทำให้การรักษามีความแม่นยำและปลอดภัยมากกว่าแบบใช้ใบมีด ReLEx SMILEเทคโนโลยีที่ใช้เลเซอร์ Femtosecond Laser ที่มีความแม่นยำสูง ไม่ต้องเปิดฝากระจกตา แต่ใช้เลเซอร์ตัดเนื้อกระจกตาเป็นชิ้นเลนส์ แล้วดึงออกผ่านแผลเล็กเพียง 2-4 มม. ซึ่งช่วยลดการรบกวนกระจกตา NanoLASIKเป็นการรักษาสายตาด้วยเลเซอร์ทุกขั้นตอน แยกชั้นกระจกตาด้วย Femtosecond Laser ไม่ใช้ใบมีด ปลอดภัย แม่นยำ เจ็บน้อย NanoRelexใช้ Femtosecond Laser สร้างแผลขนาด 2-3 มม. เพื่อนำชิ้นเนื้อ Lenticule ออก ใช้เวลาผ่าตัดน้อย หลังผ่าตัดช่วยลดอาการตาแห้ง แผลเล็กและกระจกตายังคงแข็งแรง SMILE Proคือเทคโนโลยี Femtosecond Laser รุ่นล่าสุด Visumax 800 โดยสร้างแผ่นเลนส์ติคูล (Lenticule) ใน 8-10 วินาที แล้วนำออกผ่านแผลขนาดเล็ก 2-4 มม. แล้วปรับรูปร่างกระจกตาให้แสงตกยังจอประสาทตาพอดี     การทำเลสิกเหมาะกับใครบ้าง ก่อนตัดสินใจทำเลสิก ควรทราบว่าไม่ใช่ทุกคนที่สามารถทำได้ ซึ่งผู้ที่เหมาะสมสำหรับการรักษาด้วยเลสิกควรมีอายุอย่างน้อย 18 ปี ค่าสายตาคงที่หรือไม่เปลี่ยนแปลงมากกว่า 50 (0.5D) อย่างน้อย 1 ปี รวมถึงควรเตรียมตัวก่อนทำเลสิก โดยมีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการผ่าตัดแก้ไขสายตาผิดปกติด้วยเลเซอร์ จึงจะสามารถทำเลสิกได้อย่างเหมาะสม การทำเลสิกไม่เหมาะกับใคร กลุ่มคนที่ไม่เหมาะกับการทำเลสิก เพราะอาจส่งผลต่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ของการรักษา ได้แก่ ผู้ที่อายุน้อยกว่า 18 ปี ยกเว้นในกรณีที่ต้องการไปสอบเตรียมทหารหรือตำรวจ ซึ่งจะพิจารณาเป็นรายๆ ไป ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน โรคกลุ่มรูมาตอยด์ โรคเอสแอลอี (SLE) สะเก็ดเงิน หรือ HIV ผู้ที่เป็นโรคทางจักษุ เช่น ต้อหิน ต้อกระจก ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ ผู้ที่เป็นโรคจิตเวชหรือมีภาวะเจ็บป่วยทางจิตที่ยังอยู่ในการดูแลของแพทย์     ข้อดีของการผ่าทำเลสิก ข้อดีที่คนมีปัญหาทางสายตาควรพิจารณาผ่าตัดการทำเลสิก เพื่อช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ขณะทำการผ่าตัด มีเพียงการหยอดยาชาที่ตา ไม่มีการเย็บแผล จึงไม่รู้สึกเจ็บ ใช้เวลาในการผ่าตัดและการพักฟื้นน้อย แผลสามารถหายได้เร็ว หลังจากผ่าตัด สามารถกลับบ้านได้ทันที ไม่ต้องนอนค้างคืนที่โรงพยาบาล เลสิกสามารถแก้ไขปัญหาความผิดปกติของสายตาให้กลับมามองเห็นชัดเจนได้อย่างถาวร ชีวิตหลังทำเลสิกมองเห็นชัดเจนขึ้น ไม่ต้องใส่แว่นตาหรือคอนแท็กต์เลนส์ มีบุคลิกภาพที่ดีขึ้น ทำกิจกรรมต่างๆ งานอดิเรก และเล่นกีฬา โดยเฉพาะกีฬาทางน้ำและกีฬากลางแจ้ง ได้โดยไม่ต้องกังวล เมื่อความสามารถในการมองเห็นกลับมาชัดเจน โอกาสในการเกิดอุบัติเหตุหรืออันตรายต่างๆ จะลดลง ข้อจำกัดของการทำเลสิก ก่อนที่จะตัดสินใจทำเลสิก ควรรู้ข้อจำกัดต่างๆ ที่อาจมีผลต่อผลลัพธ์หลังผ่าตัด เพื่อให้สามารถเตรียมตัวได้อย่างเหมาะสมและเข้าใจในขอบเขตของการรักษา ดังนี้ ผลข้างเคียงจากการทำเลสิกที่อาจเกิดขึ้นได้ ราคาค่าทำเลสิกค่อนข้างสูง หลังทำเลสิก อาจมีอาการตาแห้งในบางราย จำเป็นต้องดูแลตามคำแนะนำของแพทย์     ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนทำเลสิก เพื่อให้การทำเลสิกเป็นไปได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ ควรเตรียมตัวก่อนผ่าตัด ดังนี้ ศึกษาหาข้อมูลและปรึกษากับแพทย์ เริ่มต้นด้วยการหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ที่รองรับการทำเลสิกหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้สามารถเลือกวิธีที่เหมาะสมกับความต้องการได้ รวมถึงพิจารณาถึงคุณภาพ มาตรฐาน และฝีมือของจักษุแพทย์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกสถานที่เข้ารับบริการ   เมื่อเลือกสถานที่แล้ว ให้ทำการนัดหมายเพื่อเข้าพบแพทย์ เพื่อปรึกษาปัญหาที่เกิดขึ้น ตรวจวัดสายตาอย่างละเอียด และเลือกวิธีการทำเลสิกที่เหมาะสม รวมถึงวางแผนการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด เตรียมตัวให้พร้อมก่อนตรวจ ก่อนเข้ารับการตรวจเพื่อทำเลสิก ควรมีการเตรียมตัวเบื้องต้น ดังนี้ หากใส่คอนแท็กต์เลนส์ชนิดนิ่ม ควรถอดออกก่อนเข้ารับการตรวจอย่างน้อย 3 วัน และหากใส่คอนแท็กต์เลนส์ชนิดแข็ง ควรถอดออกก่อนอย่างน้อย 7 วัน หากใช้ยาใดๆ เป็นประจำ ควรแจ้งให้จักษุแพทย์ทราบ ในวันที่มีการตรวจสายตา ควรเตรียมแว่นกันแดดและพาผู้ดูแลมาด้วย เนื่องจากในวันนั้นจะมีการใช้ยาหยอดขยายม่านตา ซึ่งทำให้ตาพร่ามัวและไม่สามารถรับแสงได้ประมาณ 4-6 ชั่วโมง เตรียมตัวให้พร้อมก่อนผ่าตัดทำเลสิก การเตรียมตัวก่อนทำเลสิกเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ผู้เข้ารับบริการควรเตรียมตนเองให้พร้อม ดังนี้ งดใช้น้ำหอม เครื่องสำอาง ครีมบำรุงต่างๆ บริเวณรอบดวงตาก่อนวันผ่าตัด งดการทำผม เช่น การใส่น้ำมันบำรุงผม เจลใส่ผม หรือใช้เครื่องประดับใดๆ งดดื่มชาหรือกาแฟก่อนเข้ารับการผ่าตัด ดูแลและสังเกตร่างกายตนเอง หากพบความผิดปกติ เช่น ตาแดง ไม่สบาย เกิดการเจ็บป่วย เป็นต้น ควรแจ้งให้แพทย์ทราบเพื่อปรึกษาเกี่ยวกับการผ่าตัด พกแว่นตากันแดดเพื่อป้องกันดวงตาจากแสงหลังการผ่าตัด     วิธีเลือกทำเลสิก ทำที่ไหนดี สิ่งที่สำคัญกว่าการเตรียมตัวก่อนทำเลสิก คือการเลือกว่าจะทำเลสิกที่ไหนดี? โดยวิธีเลือกโรงพยาบาลสำหรับทำเลสิก เพื่อให้ได้การรักษาที่มีคุณภาพและปลอดภัย ซึ่งควรพิจารณาจากปัจจัยต่อไปนี้ มีความเป็นมาตรฐาน สะอาด ปลอดภัย เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่เกิดปัญหาการติดเชื้อหลังการผ่าตัด สถานที่ต้องมีความน่าเชื่อถือในแง่ของการประสานงานและดำเนินการต่างๆ โดยมีความเป็นมืออาชีพ อุปกรณ์ครบครันและทันสมัย โดยเฉพาะในด้านการใช้เทคโนโลยีในการดูแลรักษาและผ่าตัด จักษุแพทย์ควรมีประสบการณ์ และมีใบประกอบวิชาชีพที่ถูกต้อง มีบริการหลากหลายรูปแบบ เพื่อเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกับผู้รับบริการ ได้รับคุณภาพและการบริการที่ดี คุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไป สรุป ก่อนทำเลสิกควรเตรียมตัวและรู้ข้อดี เช่น การมองเห็นที่ชัดเจนถาวร ลดการพึ่งพาแว่นตาหรือคอนแท็กต์เลนส์ ชีวิตหลังทำเลสิกจะมีความคล่องตัวมากขึ้นเวลาทำกิจกรรมต่างๆ ข้อจำกัดคือไม่สามารถทำได้สำหรับบางกลุ่ม เช่น ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ผู้ที่มีโรคเบาหวาน สะเก็ดเงิน หรือโรคต้อหิน ควรงดใส่คอนแท็กต์เลนส์ก่อนการตรวจและผ่าตัด รวมถึงงดน้ำหอมและเครื่องสำอางก่อนวันผ่าตัด การเตรียมตัวต้องปรึกษาแพทย์ และเตรียมแว่นกันแดดไว้ใส่หลังผ่าตัด สำหรับคนที่ต้องการทำเลสิก สามารถมาได้ที่ศูนย์เลเซอร์วิชั่น Bangkok Eye Hospital (โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ)ซึ่งเป็นศูนย์รักษาสายตาผิดปกติที่มีทางเลือกครบครันในการรักษา และเน้นการบริการที่มีประสิทธิภาพ
ศูนย์เลสิก LASER VISION

การตรวจตาก่อนทำเลสิกคืออะไร ทำไมต้องตรวจถึง 3 ชั่วโมง?!!

การตรวจตาก่อนทำเลสิกคืออะไร ทำไมต้องตรวจถึง 3 ชั่วโมง?!! การตรวจตาก่อนทำเลสิกคืออะไร ทำไมต้องตรวจถึง 3 ชั่วโมง?!!      แน่นอนว่าคำตอบก็คือเพื่อการมองเห็น หลังการรักษาด้วยเลสิกที่ดีที่สุดของคนไข้ แต่ทำไมถึงต้องใช้เวลานานถึง 3 ช.ม. นั่นก็เป็นเพราะว่าที่ Laser Vision เรามีการซักถามประวัติของคนไข้ที่ค่อนข้างละเอียด อีกทั้งยังมีเครื่องมือทันสมัยอีกหลายอย่างที่จะช่วยตรวจวัดการมองเห็น เพิ่มข้อมูลให้กับแพทย์ในการวินิจฉัย ออกแบบ และเลือกการวิธีการทำเลสิก เพื่อคุณภาพการมองเห็นที่ชัดเจนที่สุดให้กับคุณ โดยจะเเบ่งเป็น 4 ขั้นตอนหลักดังต่อไปนี้   ขั้นตอนที่ 1 การซักประวัติคนไข้      ในการเข้ารับการผ่าตัดเลสิก เบื้องต้นทีมบุคลากรทางการแพทย์จะให้คนไข้กรอกแบบฟอร์ม และ ซักประวัติคนไข้ เพื่อตรวจเช็คว่าคนไข้ที่ต้องการทำเลสิกมีการทานยารักษาโรคหรือเคยมีประวัติโรคบางชนิดที่อาจจะที่ส่งผลหรือเป็นข้อห้ามในการผ่าตัดเลสิกหรือไม่ เพื่อที่จะได้ประเมินเบื้องต้นว่าคนไข้ควรเข้ารับการตรวจเพื่อประเมินสภาพตาอย่างละเอียด เพื่อทำเลสิกต่อ ขั้นตอนนี้ใช้เวลาประมาณ 10 – 20 นาที    ขั้นตอนที่ 2 การตรวจประเมินสายตาอย่างละเอียด      โดยเริ่มต้นด้วยการ การวัดระดับการมองเห็นเบื้องต้นมีการตรวจวัดสายตาด้วยเครื่อง Auto Refractometer ตรวจวัดระดับความดันในลูกตาด้วยเครื่อง IOP แบบใช้ลมเป่า  ตรวจวิเคราะห์ความโค้งความหนาของกระจกตาด้วยเครื่อง Pentacam ตรวจความแข็งแรงของกระจกตาด้วยเครื่อง Corvis  หลังจากนั้น จะมีทั้งการตรวจวัดความสามารถในการมองเห็นของดวงตาแต่ละข้างโดยนักทัศนมาตร หลังจากนั้นจะมีการตรวจวัดตรวจค่าความเพี้ยนในการรวมแสงระดับสูงด้วย OPD Scan เป็นขั้นตอนสุดท้าย อาจมีคนไข้บางท่านจำเป็นที่จะต้องมีการลองแว่นตา เพื่อให้คนไข้ได้ทดลองใช้สายตาที่จะเกิดขึ้นคล้ายกับผลของค่าสายตาหลังการรักษา โดยเฉพาะในคนไข้ที่มีค่าสายตามยาวร่วมกับสายตาสั้นด้วย ขั้นตอนทั้งหมด นี้อาจจะใช้เวลาในแต่ละท่านแตกต่างกันโดยประมาณ 30-60 นาที ขึ้นอยู่กับการให้ความร่วมมือของคนไข้เอง   ขั้นตอนที่ 3 การตรวจประเมินสายตาอย่างละเอียดหลังขยายม่านตา      เจ้าหน้าที่จะทำการวัดค่าต่างๆ ทั้งหมดอีกครั้งเพื่อให้เกิดการเปรียบเทียบก่อนและหลังม่านตาขยาย เป็นการคอนเฟิร์มและให้เห็นความแตกต่างที่อาจจะเกิดขึ้นได้ โดยจะมีการวัดซ้ำในขั้นตอนที่ 2 ทั้งหมด อีกครั้ง   ขั้นตอนที่ 4 พบจักษุแพทย์      ขั้นตอนสุดท้ายจะเป็นการเข้าพบกับจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยจักษุแพทย์จะใช้กล้องจุลทรรศน์ชนิดพิเศษเพื่อตรวจดูสุขภาพของลูกตาทั้งภายในและภายนอก หลังจากนั้นจะอธิบายสภาพการมองเห็นในปัจจุบันและสุขภาพลูกตาของคนไข้ การมองเห็นหลังการทำเลสิก นอกจากนี้ยังแพทย์มีการสอบถามไลฟ์สไตล์ของคนไข้แต่ละท่านและแนะนำข้อจำกัดของการทำเลสิกในแต่ละประเภท รวมไปถึงสิ่งที่ควรปฏิบัติหลังทำเลสิกอีกด้วย เพื่อสร้างความเข้าใจในการทำเลสิก ที่นำไปสู่ผลลัพธ์ของการมองเห็นที่ชัดเจนและดีที่สุดของคนไข้

ที่อยู่

ช่องทางติดต่อ

calling
ติดต่อเรา :