มุมสุขภาพตา : #จักษุแพทย์

เรียงตาม

SMILE Pro 2.0 คืออะไร? ที่สุดของเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก แม่นยำด้วย AI (อัปเดตปี 2026)

SMILE Pro 2.0 คืออะไร? ที่สุดของเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก | ศูนย์เลสิก Laser Vision การตัดสินใจทำเลสิก เป็นเรื่องใหญ่สำหรับหลายคน ไม่ใช่แค่เรื่องอยากมองเห็นชัดขึ้น แต่รวมถึงความกังวลเรื่องความปลอดภัย ความเจ็บ และผลลัพธ์ในระยะยาว ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คำว่า เลสิกไร้ใบมีด ถูกค้นหามากขึ้นอย่างชัดเจน และชื่อที่มักถูกพูดถึงควบคู่กันก็คือ SMILE Pro SMILE Pro 2.0 คืออะไร? คำตอบของการทำเลสิกปี 2026 ที่คนค้นหามากที่สุด ในปี 2026 เทคโนโลยีนี้ได้พัฒนาไปอีกขั้นในชื่อ SMILE Pro 2.0 ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความแม่นยำ ลดความคลาดเคลื่อน และทำให้ผลลัพธ์การมองเห็นเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจตั้งแต่พื้นฐานเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมที่ Laser Vision เลือกนำเทคโนโลยี SMILE Pro มาใช้ในการแก้ไขปัญหาสายตาสั้นให้กับคนไข้ในปัจจุบัน การตัดสินในทำเลสิกเป็นเรื่องใหญ่สำหรับหลายคนไม่ใช่แค่เรื่องอยากมองเห็นชัด เลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก (No-Blade LASIK) คืออะไร? SMILE Pro เป็นการทำเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก (No-Blade LASIK) โดยใช้เลเซอร์ทุกขั้นตอน ไม่ต้องเปิดฝากระจกตาเหมือนเลสิกแบบเดิม แพทย์จะใช้เลเซอร์สร้างชิ้นเนื้อเลนส์เล็ก ๆ ภายในกระจกตา แล้วนำออกผ่านแผลขนาดประมาณ 2 มิลลิเมตร ด้วยแผลที่เล็กมาก ทำให้โครงสร้างกระจกตาถูกรบกวนน้อยลง หลายคนจึงรู้สึกฟื้นตัวเร็ว สบายตา และมีโอกาสเกิดอาการตาแห้งน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการทำเลสิกแบบเปิดฝากระจกตา ทำไม SMILE Pro ถึงเป็นเลสิกที่หลายคนเลือก เหตุผลสำคัญที่ทำให้ SMILE Pro ได้รับความนิยม คือความรู้สึกสบายใจตั้งแต่ก่อนทำ เพราะเป็นเลสิกที่ไม่ใช้ใบมีด และไม่ต้องเปิดฝากระจกตา รวมถึงตัวเครื่อง (VisuMax 800) ถูกออกแบบมาให้เปิดโล่ง เหมาะกับคนขี้กลัว หรือกลัวที่แคบ นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ ใช้เวลายิงเลเซอร์ เพียงแค่ 8 วินาทีต่อข้าง เหมาะกับคนที่กลัวการทำเลสิก แผลเล็ก ช่วยให้กระจกตาแข็งแรงในระยะยาว ลดโอกาสเกิดอาการตาแห้ง หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ค่อนข้างเร็ว SMILE Pro 2.0 ช่วยเพิ่มความแม่นยำได้อย่างไร หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของ SMILE Pro 2.0 คือการออกแบบระบบให้ทุกขั้นตอนเชื่อมต่อกันอย่างต่อเนื่อง ลดความคลาดเคลื่อน และเพิ่มความแม่นยำในการรักษาแบบเลสิกไร้ใบมีดอย่างเห็นได้ชัด 1. ข้อมูลส่งตรง ลดความผิดพลาดจากมนุษย์ (Seamless Data Transfer) ข้อมูลสายตาที่ได้จากการตรวจวัด จะถูกส่งเข้าสู่เครื่องเลเซอร์โดยตรงผ่านระบบของ ZEISS โดยไม่ต้องคีย์ข้อมูลซ้ำ ลดโอกาสเกิดความผิดพลาดจากการกรอกข้อมูล ทำให้แผนการรักษาตรงกับค่าสายตาจริงมากขึ้น ผลลัพธ์มีความสม่ำเสมอในทุกเคส 2. วางแผนการรักษาอย่างแม่นยำ ด้วยข้อมูลระดับโลก (Integrated Planning) ระบบจะนำข้อมูลสายตาของคนไข้มาวิเคราะห์ร่วมกับฐานข้อมูลขนาดใหญ่จากทั่วโลก ช่วยวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized Treatment) เพิ่มความแม่นยำในการแก้ไขสายตาเอียง โดยเฉพาะเคสที่ซับซ้อน ช่วยให้ผลลัพธ์หลังทำเลสิกมีความเสถียรและคมชัดมากขึ้น 3. ระบบช่วยเพิ่มความคมชัดระหว่างการรักษา (Precision Systems) SMILE Pro 2.0 มาพร้อมระบบอัจฉริยะที่ช่วยควบคุมความแม่นยำในระหว่างการยิงเลเซอร์ CentraLign® ช่วยจัดตำแหน่งการยิงเลเซอร์ให้ตรงกับจุดศูนย์กลางการมองเห็นจริง ไม่ใช่แค่ตำแหน่งรูม่านตา OcuLign® ช่วยชดเชยการหมุนของลูกตาแบบอัตโนมัติในระหว่างการรักษา ทำให้เลเซอร์ยิงได้ตรงตำแหน่งตลอดเวลา ขอบคุณภาพจากบริษัท Carl Zeiss Co., Ltd SMILE Pro 2.0 ต่างจากเทคโนโลยีเลสิกแผลเล็กแบบเดิมอย่างไร เทคโนโลยี ปีที่เปิดตัว เครื่องเลเซอร์ จุดเด่นสำคัญ ReLEx SMILE 2011 VisuMax 500 จุดเริ่มต้นเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก 2–3 มม. ไม่เปิดฝากระจกตา ใช้เวลา 23 วินาที/ข้าง SMILE Pro 2021 VisuMax 800 เลเซอร์ความเร็วสูง 2 MHz ใช้เวลาเพียง 8 วินาที / ข้าง พร้อมระบบจัดกึ่งกลางอัตโนมัติ SMILE Pro 2.0 2025 VisuMax 800 ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ เชื่อมต่อข้อมูล Cloud + Big Data เพิ่มความแม่นยำสูงสุดด้วย CentraLign® และ OcuLign® SMILE Pro 2.0 คือก้าวสำคัญของเลสิกแผลเล็ก ที่ผสาน ความเร็ว ความแม่นยำ และ มีระบบอัจฉริยะ AI-driven planning เข้าด้วยกัน ทำไมหลายคนเลือกทำ SMILE Pro 2.0 ที่ Laser Vision at Bangkok Eye Hospital นอกจากเทคโนโลยีแล้ว ความเชี่ยวชาญของแพทย์และมาตรฐานของโรงพยาบาลก็เป็นสิ่งสำคัญ ที่ Laser Vision at Bangkok Eye Hospital ทีมจักษุแพทย์มีประสบการณ์ดูแลคนไข้มากกว่า 100,000 ดวงตา ประสบการณ์รักษาคนไข้ทางด้านสายตามากกว่า 28 ปี และโรงพยาบาลยังผ่านการรับรองมาตรฐาน AACI จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านความปลอดภัยและคุณภาพการรักษาในระดับสากล การผสานระหว่างประสบการณ์ทางการแพทย์และเทคโนโลยี SMILE Pro 2.0 ทำให้คนไข้มั่นใจได้ว่า การทำเลสิกไม่ได้จบแค่เห็นชัด แต่ต้องปลอดภัยและดูแลได้ในระยะยาว Q : SMILE Pro 2.0 เหมาะกับใคร?A : เหมาะกับผู้ที่มีสายตาสั้นหรือสายตาเอียง และต้องการเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก ฟื้นตัวไว Q : ทำ SMILE Pro 2.0 เจ็บไหม?A : ระหว่างทำจะมีการหยอดยาชา คนไข้ส่วนใหญ่รู้สึกเพียงแรงกดเล็กน้อย และใช้เวลาไม่นาน Q : หลังทำต้องพักฟื้นนานแค่ไหน?A : ส่วนใหญ่สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ภายใน 1–2 วัน รับชมวีดีโอ SMILE Pro 2.0 *หากวิดีโอไม่แสดงผล คลิก ที่นี่ ถ้าคุณกำลังมองหาเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็กในปี 2026 การตรวจประเมินสายตาอย่างละเอียดกับจักษุแพทย์ จะช่วยให้รู้ว่า SMILE Pro 2.0 เหมาะกับคุณหรือไม่ และช่วยให้คุณเลือกวิธีการทำเลสิกได้อย่างสบายใจที่สุด ทำนัด / สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ 📞 Call Center : 02-511-2111 ADD LINE: @bangkokeyehospital 🏥 โรงพยาบาลเปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 20.00 น.
อ่านเพิ่มเติม
ศูนย์รักษาต้อกระจก
ศูนย์รักษาจอประสาทตา
ศูนย์รักษาต้อหิน
ศูนย์รักษากระจกตา
ศูนย์รักษาตาเด็ก
ศูนย์ศัลยกรรมตกแต่งรอบดวงตา
ศูนย์รักษาจักษุประสาทวิทยา

ตากุ้งยิงเกิดจากอะไร? หาสาเหตุ อาการ การรักษา และการดูแลตัวเอง

ตากุ้งยิงอาการเริ่มต้นคือการพบตุ่มหนองหรือมีอาการบวมคันบริเวณเปลือกตา ตากุ้งยิงพบได้ง่ายและหายเองได้ แต่อาการตากุ้งยิงในบางคนอาจเกิดความเจ็บปวดหรือคันที่รุนแรงกว่าปกติ ในกรณีเหล่านี้ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและให้ความดูแลเพิ่มเติม บทความนี้จะพาไปรู้จักกับอาการตากุ้งยิงและวิธีดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมหากพบตากุ้งยิงไปจนถึงวิธีรักษาตากุ้งยิงเพื่อลดความรุนแรงของอาการที่เกิดขึ้น ตากุ้งยิงคืออาการระคายเคือง บวม หรือคันและเป็นตุ่มหนองบริเวณเปลือกตา โดยมีสาเหตุมาจากการอุดตันของต่อมไขมันหรือการติดเชื้อแบคทีเรีย ตากุ้งยิงมี 2 ประเภทขึ้นอยู่กับบริเวณที่เกิดตากุ้งยิง ได้แก่ ตากุ้งยิงชนิดภายนอก และตากุ้งยิงชนิดภายใน อาการของตากุ้งยิงนั้นหายเองได้เมื่อตุ่มหนองนั้นแตกและระบายสิ่งอุดตันออกจนหมด แต่หากมีอาการข้างเคียงเพิ่มเติมควรปรึกษาแพทย์เพิ่มวินิจฉัยและทำการรักษา การรักษาตากุ้งยิง แพทย์อาจใช้ยาหยอดหรือยาป้ายร่วมกับยาปฏิชีวนะหากมีความเจ็บปวดหรืออาการแพร่กระจายรุนแรงมาก ทำความรู้จักตากุ้งยิง คืออะไร ตากุ้งยิงเกิดจากเชื้อแบคทีเรียบริเวณเปลือกตา มีลักษณะเป็นตุ่มฝีหรือหนอง มักเกิดขึ้นบริเวณเปลือกตาที่มีผิวบอบบางและถูกสัมผัสด้วยมือที่ไม่สะอาดหรือช่วงที่ภูมิคุ้มกันตกและร่างกายอ่อนแอ โดยวิธีรักษาตากุ้งยิงอาจทำได้ด้วยตนเองคือระบายหนองในตุ่มเหล่านั้นออก แต่หากมีความรุนแรงมากหรือเป็นอาการตากุ้งยิงไม่มีหัวจะก่อให้เกิดความระคายเคืองและติดเชื้อได้     ตากุ้งยิง มีกี่ประเภท ตากุ้งยิงยังมี 2 ประเภทที่จำแนกจากสาเหตุของการเกิดโรค ซึ่งจะส่งผลต่อการวินิจฉัยและแนวทางในการรักษาด้วย ตากุ้งยิงแบบติดเชื้อ (Hordeolum) ตากุ้งยิงแบบติดเชื้อ (Hordeolum) เกิดจากการติดเชื้อ Staphylococcus aureus ที่บริเวณต่อมไขมันและรูขุมขนบริเวณดวงตาจนบวมแดงและเจ็บปวด การรักษาทำได้ควบคู่กับการรับยาจากแพทย์ร่วมด้วยเพื่อไม่ให้มีการติดเชื้อซ้ำ โดยการติดเชื้อนี้จำแนกออกได้ ดังนี้ การติดเชื้อภายนอก External Hordeolum ซึ่งจะเห็นตุ่มหนองบริเวณเปลือกตาด้านนอกหรือขอบตา การติดเชื้อภายใน Internal Hordeolum ซึ่งจะมีตุ่มหนองด้านในเปลือกตาติดกับดวงตายังมองเห็นได้ยากกว่า ตากุ้งยิงแบบไม่ติดเชื้อ (Chalazion) ตากุ้งยิงแบบไม่ติดเชื้อ (Chalazion) มีสาเหตุมาจากฝุ่นผงที่อุดตามรูขุมขนและทำให้ไม่สามารถระบายไขมันออกมาได้จนเกิดเป็นตุ่มหนองแต่มักจะไม่เจ็บปวด สามารถระบายหนองหรือไขมันอุดตันออกได้เองแต่ต้องใส่ใจความสะอาดเป็นอย่างมากเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดแผลที่นำไปสู่การติดเชื้อและกลายเป็นตากุ้งยิงชนิดติดเชื้อในอนาคต     อาการตากุ้งยิง มีอะไรบ้าง ตากุ้งยิงอาการเริ่มต้นจะมีลักษณะคล้ายสิว แต่หลายคนอาจมีไข้ร่วมด้วยหากมีความรุนแรงของการติดเชื้อ โดยอาการของตากุ้งยิงมีดังนี้ เกิดตุ่มนูนที่เปลือกตา เปลือกตาบวมแดง คันตา อาจมีน้ำตาไหล ดวงตาพร่ามัวและไวต่อแสง ระคายเคือง ไม่สบายตา     สาเหตุตากุ้งยิง เกิดจากอะไร ตากุ้งยิงอาจเกิดได้จากหลายปัจจัยที่ทำให้เกิดความผิดปกติของต่อมไขมันหรือรูขุมขนบริเวณเปลือกตา เช่น การติดเชื้อแบคทีเรียเมื่อสัมผัสดวงตาด้วยมือที่ไม่สะอาด การอุดตันของฝุ่นผงที่รูขุมขน ต่อมไขมันอุดตันไม่สามารถระบายออกได้ ล้างเครื่องสำอางไม่หมดทำให้เกิดสิ่งสกปรกตกค้าง การเกิดตากุ้งยิงซ้ำสำหรับผู้ที่เคยเป็นตากุ้งยิงมาก่อน การใส่คอนแท็กต์เลนส์ที่ระคายเคืองหรือนานเกินกว่าที่อายุคอนแท็กต์เลนส์กำหนด ภูมิคุ้มกันตกหรือร่างกายอ่อนแอ ทำให้ร่างกายไวต่อสิ่งสกปรกและแบคทีเรีย ไขข้อสงสัย ตากุ้งยิงหายเองได้ไหม ตากุ้งยิงสามารถหายเองได้ โดยตุ่มหนองอาจแตกและยุบเองในระยะเวลา 3 - 4 วัน ผู้ที่มีอาการตากุ้งยิงอาจใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นประคบเพิ่มที่บริเวณดวงตาเพื่อช่วยระบายหนองและไขมันที่อุดตันออก อย่างไรก็ตาม หากมีการระบายหนองและไขมันออก จะต้องให้ความสำคัญกับความสะอาดเพื่อป้องกันการกลับมาติดเชื้อซ้ำ และหากมีการระบายหนองออกไม่หมด ตุ่มไม่ยุบตัวลงและเกิดหนองคั่งค้าง อาจเกิดอาการที่ตุ่มหนองแข็งเป็นไต อาการติดเชื้ออาจขยายวงกว้างและลุกลามไปยังบริเวณแก้มเพิ่มได้ โดยจะทำให้มีอาการเจ็บปวดมากขึ้นและติดเชื้อรุนแรง หากมีอาการเหล่านี้ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยอาการและทำการรักษา วินิจฉัยอาการตากุ้งยิงโดยแพทย์ การวินิจฉัยการรักษาตากุ้งยิงโดยแพทย์นั้น เนื่องจากผู้ป่วยตากุ้งยิงอาจมีอาการติดเชื้อในวงกว้างหรือมีความเจ็บปวดมาก บางคนอาจเกิดอาการตาพร่ามัว มองไม่ชัด หรือตากุ้งยิงบวมมากจนหนังตาปิด แพทย์จะรักษาด้วยยาหยอดหรือยาป้าย และอาจใช้ยาปฏิชีวนะร่วมด้วยหากผู้ป่วยมีอาการเจ็บปวดมาก หรือวินิจฉัยตำแหน่งของตากุ้งยิงภายในและภายนอกเพิ่มเติม ร่วมกับการสังเกตการติดเชื้อหรืออุดตัน     แนวทางการรักษาตากุ้งยิงโดยแพทย์ แพทย์จะทำการเจาะตุ่มหนองและขูดเอาหนองที่ตกค้างออกเพื่อระบายส่วนที่อุดตันให้หมดและไม่เกิดอาการซ้ำ โดยขั้นตอนนี้ควรอยู่ในการปฏิบัติงานโดยจักษุแพทย์เท่านั้น เนื่องจากหากความสะอาดไม่เพียงพออาจเกิดการติดเชื้อซ้ำได้ จากนั้นอาจมีการใช้ยาหยอด ยาป้าย หรือยาปฏิชีวนะเพิ่มเติมตามการวินิจฉัย เตรียมตัวก่อนเจาะตากุ้งยิง ก่อนที่ผู้ป่วยจะเข้ารับการรักษาตากุ้งยิงหรือก่อนการเจาะตากุ้งยิง ควรมีการเตรียมตัว ดังนี้ หลีกเลี่ยงฝุ่นควัน หรือมลภาวะที่อาจก่อให้เกิดการติดเชื้อหรือการอุดตันเพิ่ม งดกินยาที่เกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือด เช่น Warfarin หรือ Aspirin และควรปรึกษาการใช้ยาอื่นๆ ภายใต้การดูแลของแพทย์ก่อนเข้ารับการเจาะตากุ้งยิง ในวันที่เข้ารับการเจาะตากุ้งยิง ควรงดการแต่งหน้า งดใช้ครีมหรืองดส่วนผสมของน้ำมัน ล้างหน้าและสระผมให้สะอาดเพื่อป้องกันการอุดตันหรือสิ่งสกปรก การดูแลตัวเองหลังเจาะตากุ้งยิง เมื่อเข้ารับการรักษาตากุ้งยิงแล้ว เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและไม่ทำให้เกิดการอุดตันหรือติดเชื้อซ้ำ ควรดูแลตนเองหลังการเจาะตากุ้งยิง ดังนี้ ผู้ป่วยตากุ้งยิงควรปิดตาตามกำหนดที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด รับประทานยาหรือใช้ยาหยอดและยาป้ายตามที่แพทย์สั่งให้ครบถ้วน เมื่อเปิดผ้าปิดตา ควรทำความสะอาดรอบดวงตาด้วยสำลีหรือผ้าสะอาด โดยชุบน้ำอุ่นและบิดหมาดก่อนเช็ดรอบดวงตาเบาๆ งดการแต่งหน้าหรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่อาจก่อให้เกิดอาการระคายเคืองหรืออุดตาบริเวณรอบดวงตา งดการใส่คอนแท็กต์เลนส์ที่อาจทำให้ดวงตาสัมผัสสิ่งสกปรกได้ง่าย หลีกเลี่ยงการสัมผัสดวงตาเพื่อลดโอกาสของการติดเชื้อหรือสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ดวงตา สังเกตอาการหลังการรักษา หากพบอาการบวมแดงไม่ยุบตัว หรือดวงตาพร่ามัวมองเห็นไม่ชัด ให้รีบพบแพทย์โดยเร็ว     ดูแลตัวเองอย่างไร ให้ห่างไกลตากุ้งยิง วิธีปฏิบัติตนเบื้องต้นที่จะป้องกันไม่ให้เกิดตากุ้งยิงหรือเพื่อไม่ให้เป็นตากุ้งยิงซ้ำ ทำได้ดังนี้ ทำความสะอาดร่างกายโดยเฉพาะการล้างมือบ่อยๆ เพื่อไม่ให้นำสิ่งสกปรกไปจับดวงตา ล้างหน้าให้สะอาดอย่างสม่ำเสมอ ล้างเครื่องสำอางให้หมดจด เนื่องจากเครื่องสำอางตกค้างอาจก่อให้เกิดการติดเชื้อหรือน้ำมันจากเครื่องสำอางอาจเป็นสาหเตุของการอุดตันผิวบริเวณรอบดวงตา หมั่นใส่ใจความสะอาดของคอนแท็กต์เลนส์ เลือกคอนแท็กต์เลนส์ที่ไม่ทำให้ระคายเคืองดวงตาและเปลี่ยนคอนแท็กต์เลนส์ตามอายุการใช้งานอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการขยี้ดวงตาหรือจับดวงตาแรงๆ ประคบอุ่นที่บริเวณดวงตาเพื่อลดการอุดตันของไขมัน โดยเฉพาะหากเพิ่งรักษาตากุ้งยิงหาย เพื่อไม่ให้เกิดอาการตากุ้งยิงซ้ำอีก สังเกตอาการอยู่เสมอ หากพบอาการปวดบวมหรือตุ่มหนองบริเวณใกล้ดวงตาให้ปรึกษาแพทย์ หากมีอาการที่เกี่ยวข้องกับดวงตา ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด รักษาตากุ้งยิง ที่ศูนย์โรคจอประสาทตา Bangkok Eye Hospital ดีอย่างไร ตากุ้งยิง อาการทั่วไปที่อาจพบได้ไม่ยากแต่สามารถสร้างความรุนแรงได้หากรักษาไม่ถูกวิธีหรือปล่อยไว้จนกระจายเป็นวงกว้าง หากพบอาการตากุ้งยิงที่รุนแรงหรือมีอาการอื่นร่วมด้วยควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนสายเกินแก้ แนะนำให้เข้ามารักษาที่ศูนย์โรคจอประสาทตา Bangkok Eye Hospital ที่นี่โดดเด่นด้วยจุดเด่นดังนี้ ทีมจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มากประสบการณ์ พร้อมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับอาการผิดปกติ และแนะนำแนวทางการรักษาที่เหมาะสม เทคโนโลยีสำหรับการรักษาดวงตาสมัยใหม่ เครื่องมือได้มาตรฐานระดับสากล เพื่อการรักษาดวงตาอย่างแม่นยำและปลอดภัย ให้การรักษาอย่างครบวงจร ตั้งแต่การวินิจฉัยที่แม่นยำ การรักษาที่เหมาะสม ตลอดจนถึงการติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ ใส่ใจในการบริการ พร้อมบรรยากาศของโรงพยาบาลที่เป็นกันเอง สรุป ตากุ้งยิง คือการเกิดตุ่มหนองบริเวณเปลือกตาหรือรอบดวงตา เกิดขึ้นได้จากการติดเชื้อหรือการอุดตันของต่อมไขมันและรูขุมขน ตากุ้งยิงเป็นอาการที่หายเองได้เมื่อตุ่มหนองแตกเองและมีการยุบตัว แต่ในผู้ป่วยตากุ้งยิงหลายคนอาจระบายหนองไม่หมดและเกิดตากุ้งยิงซ้ำได้ เพื่อประสิทธิภาพการรักษาที่ดี ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการรักษา และควรดูแลตัวเองตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการเกิดตากุ้งยิงซ้ำหรือการเกิดตากุ้งยิงที่รุนแรงจนถึงขั้นรบกวนการมองเห็นและดวงตาพร่ามัว รักษาตากุ้งยิงได้ที่ศูนย์โรคจอประสาทตา Bangkok Eye Hospital ที่นี่มีจักษุแพทย์ที่มากไปด้วยประสบการณ์ มีเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัยและการบริการที่เอาใจใส่ตลอดการรักษา
ศูนย์เลสิก LASER VISION

เทคนิคการเลือกแว่นตาหลังทำเลสิก

เทคนิคการเลือกแว่นตาหลังทำเลสิก หลังจากที่ทำเลสิกแล้วเพื่อให้แผลหายเร็วและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด สิ่งที่สำคัญไม่แพ้การรักษาความสะอาดคือการหลีกเลี่ยงแสงแดด การใส่แว่นกันแดดเป็นสิ่งหนึ่งที่คุณสามารถทำเพื่อดูแลดวงตาของคุณหลังการผ่าตัดได้ โดยมีเทคนิคการเลือกแว่นกันแดดดังนี้   🌞 เลือกเลนส์ที่สามารถป้องกันแสง UV ได้ 99-100% แสงอัลตราไวโอเลตจากดวงอาทิตย์สามารถทำอันตรายต่อดวงตาได้ แม้ว่าจะทำเลสิกแล้วก็ตาม การใส่แว่นกันแดดที่มีเลนส์ป้องกัน UV จึงเป็นสิ่งสำคัญ 🌞 ถ้าอยู่ในที่ ๆ มีแสงสะท้อนเยอะ ควรเลือกเลนส์โพลาไรซ์ซึ่งช่วยตัดแสงสะท้อนจะทำให้สบายตามากขึ้น 🌞 เลือกสีให้เหมาะกับการใช้งาน โดยไม่จำเป็นต้องเป็นสีดำมืดก็ได้ 🌞 เลือกขนาดที่เหมาะกับใบหน้า เลนส์ควรมีความกว้างเท่ากับใบหน้าของคุณ สันจมูกควรสวมได้พอดีโดยไม่รัดแน่นเกินไป และขาแว่นควรสวมได้พอดีโดยไม่กดทับใบหน้า   สามารถมาเลือกแว่นตากันแดดแบรนด์ชั้นนำได้ที่ร้าน WALTZ ในโรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ Bangkok Eye Hospital ชั้น 3 เปิดให้บริการ ตั้งแต่เวลา 10.00 -19.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.02-511-2111

อยากทำตาสองชั้น แต่อายุเท่าไหร่ถึงจะปลอดภัย?

อายุเท่าไหร่ ถึงทำตาสองชั้นได้ ? หลายคนใฝ่ฝันอยากมีดวงตาคู่สวยคมชัด มีเสน่ห์ การทำศัลยกรรมตาสองชั้นจึงเป็นตัวเลือกยอดนิยม แต่คำถามสำคัญที่หลายคนสงสัยคือ "อายุเท่าไหร่ ถึงจะทำตาสองชั้นได้อย่างปลอดภัย?" ศูนย์ศัลยกรรมตกแต่งรอบดวงตา โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ ขอไขข้อข้องใจนี้ พร้อมให้ข้อมูลที่ถูกต้องและคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ ทำตาสองชั้น...อายุเท่าไหร่ถึงเหมาะสม? โดยทั่วไป จักษุแพทย์มักแนะนำให้ทำศัลยกรรมตาสองชั้นเมื่ออายุ 18 ปีขึ้นไป เพราะโครงสร้างใบหน้าโดยเฉพาะบริเวณดวงตาจะหยุดการเจริญเติบโต ทำให้แพทย์สามารถประเมินรูปทรงดวงตาและออกแบบชั้นตาที่สวยงามได้อย่างแม่นยำ ผลลัพธ์ของการผ่าตัดจึงมีแนวโน้มคงอยู่ยาวนาน   ทำไมต้องรอให้ถึง 18 ปี? โครงสร้างดวงตา : ก่อนอายุ 18 ปี ดวงตายังคงมีการเปลี่ยนแปลง การทำศัลยกรรมในช่วงวัยนี้ อาจทำให้ชั้นตาเปลี่ยนแปลงไปตามการเจริญเติบโต ส่งผลต่อผลลัพธ์ในระยะยาว ความพร้อมทางด้านร่างกาย : ผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป มักมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง พร้อมรับการผ่าตัด และมีระบบภูมิคุ้มกันที่ดี ช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และภาวะแทรกซ้อนต่างๆ   แล้วถ้าอายุต่ำกว่า 18 ปี ทำได้ไหม? ในบางกรณี จักษุแพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดตาสองชั้นให้กับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี เช่น มีปัญหาทางด้านการมองเห็น : หนังตาตกบังการมองเห็น รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน และส่งผลต่อพัฒนาการทางสายตา มีปัญหาชั้นตาผิดปกติ : เช่น ตาสองชั้นข้างเดียว ชั้นตาไม่เท่ากัน ส่งผลต่อบุคลิกภาพ และความมั่นใจ   อายุมาก...ทำตาสองชั้นได้หรือไม่? สำหรับผู้ที่มีอายุมาก ก็สามารถทำศัลยกรรมตาสองชั้นได้ แต่ควรปรึกษาจักษุแพทย์เฉพาะทาง เพื่อประเมินสภาพผิวและปัญหาสุขภาพ รวมถึงพิจารณาการผ่าตัดเสริมอื่นๆ เช่น การยกคิ้ว หรือ การตัดไขมันใต้ตา เพื่อผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ และ แก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด   ศูนย์ศัลยกรรมตกแต่งรอบดวงตา โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ ให้บริการศัลยกรรมตกแต่งรอบดวงตา โดย จักษุแพทย์เฉพาะทาง มากประสบการณ์ เทคโนโลยีที่ทันสมัย แผลเล็ก ฟื้นตัวไว ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ ดูแลตั้งแต่การตรวจวินิจฉัย วางแผนการรักษา จนถึงหลังการผ่าตัด สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02-511-2111
ศูนย์รักษาตาเด็ก

การควบคุมภาวะสายตาสั้นในเด็ก

การควบคุมภาวะสายตาสั้นในเด็ก เนื่องจากสายตาสั้นในเด็กเป็นภาวะที่ไม่สามารถทำให้หายขาดได้แต่สามารถควบคุมให้เพิ่มขึ้นน้อยที่สุดหรือเพิ่มขึ้นช้าลง ทางการเเพทย์จึงใช้คำว่าควบคุมแทนคำว่ารักษา แน่นอนว่าลักษณะดวงตาและสภาวะสายตาของเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน จึงจำเป็นที่จะต้องได้รับการวินิจฉัยจากจักษุเเพทย์ก่อน เพื่อประเมินเข้ารับการใช้ยาหรือใส่คอนเเทคเลนส์เพื่อควบคุมสายตาสั้นสำหรับเด็ก   คุณสมบัติและลักษณะเบื้องต้นของเด็กที่ควรเข้ารับการควบคุมสายตาสั้น มีอายุตั้งแต่ 6 ถึง 12 ปีและได้รับการวินิจฉัยว่ามีสายตาสั้นตั้งแต่อายุน้อยๆ เด็กกลุ่มอายุนี้มีโอกาสที่จะตอบสนองต่อการควบคุมสายตาสั้นได้ดีเนื่องจากดวงตายังมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ เด็กที่มีภาวะสายตาสั้นขึ้นอย่างรวดเร็ว(เพิ่มขึ้นมากกว่าหนึ่งร้อยต่อปี) เด็กที่มีคุณพ่อหรือคุณแม่สายตาสั้นมาก เนื่องจากมีโอกาสสูงที่เด็กจะมีสายตาสั้นมากเช่นกัน   ทำไมเด็กๆ จึงควรที่จะได้รับการวินิจฉัยและเข้ารับการควบคุมสายตาสั้น นอกจากอาการมองไม่ชัดแล้วสำหรับเด็กๆที่มีสายตาสั้นยังมีความเสื่ยงอื่นๆที่จะมีภาวะเเทรกซ้อนร่วมด้วย เช่น โรคจอประสาทตาหลุดหรือโรคต้อหิน โรคมาร์แฟนซินโดรม    ปัจจัยอื่นๆที่ควรพิจารณาก่อนเข้ารับการควบคุมสายตาสั้นโดยจักษุเเพทย์ ความส่ํมาเสมอเเละวินัยของเด็ก - เนื่องจากวิธีการควบคุมสายตาสั้นโดยใช้คอนแทคเลนส์หรือการให้ยาต้องมีความส่ํมาเสมอเพื่อให้เห็นผลการรักษา ความเข้าใจในผลข้างเคียง - เนื่องจากการใช้ยาหยอดตาจะมีผลข้างเคียงบางอย่างเช่นมองเห็นใกล้ๆไม่ชัด ซึ่งในบางครั้งเด็กๆอาจจะทนไม่ได้   ท้ายที่สุดแล้วแพทย์และผู้ปกครองควรตัดสินใจร่วมกันเพื่อนพิจารณาการควมคุมสายตาสั้นในเด็กเพื่อให้ได้ผลลัพธ์สูงที่สุด  

ที่อยู่

ช่องทางติดต่อ

calling
ติดต่อเรา :